เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสังคมให้ความสนใจกับเรื่องการโอนค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ที่สูงลิ่วทะลุขอบฟ้า จนผู้เชี่ยวชาญต่างต้องเฟ้นหาคำตอบ ล่าสุดนักวิจัยของ PeckShield ได้ชี้ชัดแล้วว่าใครกันที่เป็นคนโอนค่าธรรมเนียมนี้ แล้วดูเหมือนว่ามันจะเป็น Ponzi scheme ซะด้วย

นักวิจัยชี้ชัดอาจเป็นแผนแชร์ลูกโซ่

ก่อนหน้านี้รายงานพบว่ามีการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum เกิดขึ้นในประเทศจีน แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือมีการจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 2.5 ล้านดอลลาร์หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 77 ล้านบาท ซึ่งมันดูเหลือเชื่อมากเพราะผู้ใช้งานรายนี้ทำธุรกรรมโอน Ethereum ประมาณ 0.55 เหรียญเท่านั้น

และมันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว มันมีการโอนในลักษณะเดียวกันนี้อีกด้วยค่าธรรมเนียมเกือบจะเท่าเดิม ทำให้ผู้ใช้งานรายนี้จ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้วกว่า 5.2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 162 ล้านบาท) ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แทบจะไม่มีใครเชื่อได้ว่าจะมีคนจ่ายค่าธรรมเนียมขนาดนี้เพื่อโอนเหรียญจำนวนเล็กน้อย

เรื่องนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญต่างเร่งตรวจสอบ ล่าสุดนักวิจัยของแพลตฟอร์มด้าน Blockchain PeckShield ได้พบคนที่เป็นเจ้าของ Address ซึ่งเป็นกระเป๋าเก็บเหรียญ Ethereum รายนี้แล้ว ปรากฏว่าเจ้าของ Address เป็นกระดานเทรด Crypto แบบ peer-to-peer ในเกาหลีชื่อว่า Good Cycle ซึ่งต้องสงสัยว่ากำลังมีลักษณะการทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่

จากทวิตเตอร์ทางบริษัทกล่าวว่า

"อัปเดท: เราสามารถระบุเหยื่อได้แล้ว เป็น P2P exchange เล็กๆในเกาหลีที่ชื่อว่า Good Cycle มีลักษณะการทำธุรกิจคล้ายโปรเจคแชร์ลูกโซ่ แผนกสืบสวนของเราพบว่าระบบความปลอดภัยของที่นี่ค่อนข้างหละหลวม เช่น การใช้ HTTP แทนการใช้ HTTPS ซึ่งมันทำให้ถูกแฮคได้ง่าย"

รองประธานของ PeckShield เสริมว่าพวกเขาส่งธุรกรรม 0.5 ETH ไปยังกระดานแลกเปลี่ยนและส่งไปยัง Address ที่จ่ายค่าธรรมเนียมสูงลิบลิ่วแสดงว่า Address เป็นของ Exchange

ค่าธรรมเนียมโอน Ethereum 5.2 ล้านดอลลาร์

สัปดาห์ที่แล้วมีการจ่ายค่าธรรมเนียมโอน Ethereum จำนวนมหาศาลซึ่งมันไม่ใช่เรื่องปกติที่จะเกิดขึ้น บริษัทที่ให้ข้อมูลด้าน Blockchain ต้องรีบตรวจสอบว่าระบบบกพร่องหรือเปล่า โดยปกติค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum จะอยู่ที่ประมาณ 0.17 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5.29 บาทเท่านั้น แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ มันเป็นการจ่ายค่าธรรมเนียมสูงเกินควรคิดเป็นเงินบาทได้ 160 กว่าล้านบาท

สังคมส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่ามันน่าจะเป็น Bug อะไรสักอย่าง ซึ่งบริษัท PeckShield เป็นบริษัทแรกที่รายงานว่ามันอาจจะเป็น Wallet ของ Exchange และถูกมือแฮคเจาะเข้าระบบได้

นาย Vitalik Butterin ออกมาโพสต์เรื่องนี้ กล่าวว่าการจ่ายค่าธรรมเนียมหลายล้านดอลลาร์อาจเป็นการ Blackmail คาดว่า Hacker สามารถล่วงเอา Key ของ Exchange ไปได้ส่วนหนึ่งแต่ไม่ทั้งหมดทำให้พวกเขาถอนเงินออกมาไม่ได้ แต่การจ่ายค่าธรรมเนียม Gas มันไม่มีปัญหา และถูก Hacker ขู่ว่าจะเผาเงิน Exchange ทิ้งทั้งหมด

ยังมีคนไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีนี้

อย่างไรก็ตามยังมีนักวิจัยอีกรายหนึ่งของ ZenGo นาย Alex Manuskin มองว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องการ Blackmail เขาคิดว่าระบบอัตโนมัติอาจผิดพลาดและส่งค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมมากเกินไปโดยไม่ตั้งใจ

แต่ดูเหมือนว่า Good Cycle จะไม่ได้ออกมาขอค่าธรรมเนียมส่วนนี้คืนซึ่งมันก็ถูกแจกจ่ายไปให้กับนักขุดบนเครือข่ายเรียบร้อยแล้ว

สืบค้นเพิ่มเติม decrypt.co