Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

นักลงทุนเงินหนาเริ่มเข้ามาลงทุนในบริษัทคริปโตมากขึ้น รายงานกล่าว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

นักลงทุนเงินหนาเริ่มมีการปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
นักลงทุนเงินหนา

บริษัทประเภท Venture Capital กับนักลงทุนรายใหญ่ถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Startup คริปโตให้มีมูลค่าสูงขึ้น

นักลงทุนเงินหนาเล็งเห็นอนาคตของคริปโต

โดยบริษัท Boutique investment และสำนักงานครอบครัวนั้น ได้ถอยหนีออกจากการลงทุนในบริษัทประเภท Venture Capital, กองทุนตราสารหรือแม้แต่กองทุนบำเหน็จบำนาญ

บริษัทที่ประกอบการทางด้านคริปโตเคอร์เรนซี่เองก็มองเห็นทิศทางอนาคตที่สดใส เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่ได้เข้ามาร่วมวงด้วย

Person Holding Black Iphone 5

สอดคล้องกับ Henri Arslaian หัวหน้าบัญชีทางด้านคริปโตและฝ่ายบริการการเงิน PWC หรือชื่อเต็มก็คือ Pricewaterhousecooper โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้กับทางสำนักข่าว Bloomberg ว่า บริษัท Boutique investment และสำนักงานครอบครัวได้ถอยหนีออกจากการลงทุนในส่วนของกองทุนหรือแม้แต่ในส่วนของกองทุนบำเหน็จบำนาญแล้ว

ปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่

สอดคล้องกับรายงานของ the State of Crypto M&A ปี 2021 ที่กล่าวว่า แม้ในช่วงปี 2020 จะมีการซื้อขายเพิ่มมากขึ้นเพียงแค่ 10 % แต่เมื่อมาดูมูลค่าทั้งหมดแล้วมันอยู่ที่ $1.7 พันล้าน เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าด้วยกัน สาเหตุหลัก ๆ เป็นเพราะว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นผู้ควบคุมการซื้อขายในตลาดคริปโต โดยที่ Coinmarketcap ของ Binance อยู่ที่ $400 ล้าน และ FTX-Blockfolio นั้นมีการซื้อขายประมาณ $125 ล้าน ซึ่งแนวโน้มนี้ยังคงเติบโตมากขึ้นในปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัท Galaxy Digital ก็ได้ลงทุนใน Bitgo กว่า $1.2 พันล้านด้วยกัน

ในช่วงเดือนกรกฎาคมนั้น บริษัท FTX มีมูลค่าเติบโตมากขึ้นถึง $18 หมื่นล้าน หลังจากที่บริษัทเติบโตจากรายได้ของนักลงทุนกว่า $900 ล้าน นอกจากนั้นแล้ว Fireblocks แพลตฟอร์มทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัลมีรายได้เติบโตมากขึ้นถึง $2 พันล้านด้วยกัน

ทางด้าน Arslanian กล่าวว่า ยังมีความท้าทายในส่วนของบริษัท Startup ทางด้านคริปโต รวมไปถึงความเสี่ยงในการร่างกฎหมายที่มีผลต่ออุตสาหกรรม และดูว่าจะทำการประเมินมูลค่าธุรกิจได้อย่างไร เช่นกันตอนนี้บริษัทคริปโตยังขาดปัจจัยแรงดึงดูดในการลงทุนและยังมีหลายบริษัทที่ยังพัฒนาระบบองค์กรที่ดีมากพอ

Read more about: