สถานการณ์ในปัจจุบัน

ตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กิจกรรมบนเครือข่าย Ethereum นั้นแตะระดับสูงสุดตลอดกาล โดยสิ่งที่แสดงออกชัดเจนที่สุดคืออัตราการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมการดำเนินธุรกรรมที่ผู้ใช้งานเครือข่ายจ่ายให้แก่เหล่านักขุด Block ในการประมวลผล โดยค่าธรรมเนียมหรือ Gas Fee ดังกล่าวนั้นยังคงเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยคิดเป็นการเปลี่ยนแปลงในรอบปีกว่า 75% จากราคาต่อหน่วยที่ราวๆ 130 ดอลลาร์ไปอยู่ที่ 229 ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวนั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่ในเครือข่ายยังคงมีข้อจัดกัดของการขุด Block หรือ Gas Limit อยู่ ซึ่งในช่วงปี 2019 นั้นเหล่านักขุดได้มีการลงคะแนนเสียงให้มีการปรับอัตราขีดจำกัดนั้นขึ้นจาก 8 ล้าน ไปสู่ 10 ล้านหน่วยมาก่อนแล้ว

Gas Limit เพิ่มขึ้นกว่า 25%

ล่าสุดเนื่องจากอัตราธุรกรรมบนเครือข่ายนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับเครือข่าย Ethereum นั้นเตรียมตัวที่จะอัพเกรดจากระบบ Proof-of-work เป็น Proof-of-stake ในระบบ Ethereum 2.0 ซึ่งจะส่งผลต่อเหล่านักขุดโดยตรงเนื่องจากพวกเขาจะไม่สามารถใช้อุปกรณ์การขุดแบบเดิมได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นจึงได้เกิดกระแสการลงคะแนนเสียงสำหรับเพิ่มลิมิตดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิมไปสู่ระดับที่ 1,200,000 หน่วย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 25%

ความขัดแย้งบนเครือข่าย

การลงคะแนนเสียงดังกล่าวมีการแบ่งความเห็นของผู้คนที่เกี่ยวข้องบนเครือข่ายออกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งได้มีความเห็นตามว่าเหล่านักขุดควรที่จะกอบโกยประโยชน์ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้อย่างเต็มที่ ก่อนที่พวกเขานั้นจะไม่สามารถสร้างผลกำไรจากการขุด Ethereum แบบเดิมได้อีก ซึ่งการเพิ่มลิมิตนั้นจะยังสามารถเพิ่มปริมาณธุรกรรมที่ทำได้ต่อวินาทีจาก 35 รายการ ไปสู่ 44 รายการต่อวินาทีได้

ในฝั่งตรงกันข้าม ผู้ก่อตั้งโครงการ Ethereum นาย Vitalik Buterin และหัวหน้าทีมนักพัฒนานาย Péter Szilágyi นั้นยังได้ออกมากล่าวแสดงความเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะส่งผลเสียต่อเครือข่ายในระยะยาว เนื่องจากจะเป็นการทำให้เครือข่าย Ethereumนั้นดึงดูผู้ใช้งานใหม่ๆได้น้อยลง ประกอบกับเป็นการบีบผู้ใช้งานเดิมให้หันไปหาตัวเลือกอื่นซึ่งมีราคาถูกมากกว่านั่นเอง

หากสนใจสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่ BeinCrypto