แม้ว่า Alibaba ผู้ให้บริการเว็บไซต์ขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติมังกรจะเป็นบริษัทที่ยื่นจดสิทธิบัตรมากที่สุดในปีนี้ แต่ทว่าประเทศสหรัฐอเมริกากลับเอาชนะสถิติดังกล่าวด้วยการเป็นประเทศที่ถือครองสิทธิบัตร Blockchain สูงที่สุดในโลก ตามที่ได้มีการรายงานของบริษัท KISSPatent ผู้ให้คำปรึกษาด้านสินทรัพย์ทางปัญญาเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

ถึงจะมีวิกฤต แต่เทคโนโลยีนั้นไม่หยุดเติบโต

ประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีสิทธิบัตรในครอบครองสูงที่สุด โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 2,112 ฉบับ ตามมาด้วยหมู่เกาะเคย์แมนแห่งประเทศอังกฤษในจำนวน 350 ฉบับ และประเทศแคนาดารั้งอันดับที่ 3 ด้วยจำนวน 118 ฉบับ

โดย IBM และ Alibaba ถือเป็นบริษัทที่ครอบครองสิทธิบัตร Blockchain สูงที่สุด โดย Alibaba ได้ยื่นจดสิทธิบัตรแล้วทั้งสิ้นมากกว่า 200 ใบ ในขณะที่ IBM เองก็ยื่นจดสิทธิบัตรมากกว่า 100 ฉบับเลยทีเดียว แต่ทว่าบริษัทในประเทศอย่าง Bank of America และ Mastercard เองก็ได้ทำการลงทะเบียนจดสิทธิบัตรหลากหลายฉบับเช่นเดียวกัน ทำให้จำนวนรวมของสิทธิบัตรที่ถูกบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาถือครองพุ่งสูงขึ้น จากข้อมูลของ KISSPatent สิทธิบัตร Blockchain ที่ถูกจดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 นั้นมีมากกว่าจำนวนสิทธิบัตรทั้งหมดในปี 2019 เสียด้วยซ้ำ

แล้วประเทศจีนอยู่ตรงไหนในการจัดอันดับครั้งนี้?

ภาพรวมประเทศที่ถือครองสิทธิบัตร Blockchain

นอกจากนี้ประเทศที่ยังคงอยู่ใน 6 อันดับแรกที่เหลือนั้น ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น 108 ฉบับ ประเทศเกาหลีใต้ 87 ฉบับและประเทศจีน 77 ฉบับ แต่เรื่องน่าขันก็คือสาเหตุที่หมู่เกาะเคย์แมนแห่งประเทศอังกฤษได้ขึ้นเป็นอันดับที่ 2 ในด้านการครอบครองสิทธิบัตรนั้น เนื่องจากบริษัทในเครือ Alibaba ที่มีสาขาใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษได้ทำการลงทะเบียนจดสิทธิบัตรดังกล่าวนั่นเอง ตลกไหมล่ะ

แม้ว่าบริษัทที่อยู่ในประเทศจีนส่วนใหญ่มักจะมีรายชื่ออยู่ใน 10 อันดับแรกของการจัดอันดับจำนวนการถือครองสิทธิบัตร Blockchain ของบริษัท แต่ไม่ใช่ทุกบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับ Blockchain จะมีสิทธิอยู่ในการจัดอันดับดังกล่าว โดย KISSPatent ได้กล่าวว่าบริษัทเหล่านี้มีการนำเอา Blockchain มาใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างผลงานด้านเทคโนโลยีให้แก่บริษัทเพียงเท่านั้น แต่ไม่ได้คิดค้นนวัตกรรมใหม่แต่อย่างใด

ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่เป็นแรงผลักดันประเทศจีนให้ทำการจดสิทธิบัตรจำนวนมหาศาล ก็เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าในต่างประเทศ

“พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากตัวอย่างของบริษัท Xiaomi ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบริษัท “Apple ในประเทศจีน” ที่ถูกห้ามไม่ให้ส่งออก หรือการซื้อขายสมาร์ทโฟนในตลาดนอกประเทศจีน เนื่องจากบริษัทสัญชาติ Swedish อย่าง Ericsson ได้ครอบครองสิทธิบัตรเอาไว้เป็นจำนวนมาก”