Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

คณะกรรมการของสหรัฐไม่ล้นละความพยายาม เสนอให้มีการหารือกฎหมายคริปโตอีกครั้ง

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

คณะกรรมการของสหรัฐยังคงพยายามให้มีการแก้กฎหมายคริปโตให้ได้

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
คณะกรรมการของสหรัฐ

Pat Toomey วุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาได้เสนอแนวคิดด้วยการชักชวนให้ฝ่ายต่าง ๆ ทำการเสนอให้มีการร่างกฎหมายควบคุมคริปโตเคอร์เรนซี่

คณะกรรมการของสหรัฐยัน ต้องแก้กฎหมายคริปโต

เขาได้ให้เหตุผลว่า เขามีความตั้งใจที่จะทำการร่างกฎหมายควบคุมคริปโตที่คิดว่า กฎหมายอเมริกาที่ใช้กันอยู่เวลานี้มีความคลุมเครือเอาแน่เอานอนไม่ได้ โดยเฉพาะการเสียภาษีและขอบเขตของหลักทรัพย์ โดยเฉพาะการบังคับใช้กับคริปโตเคอร์เรนซี่

ทางด้านคณะกรรมการ Banking, Housing and Urban Affairs ของวุฒิสภาสหรัฐได้ประกาศว่า ทางด้าน Pat Toomey ในฐานะที่เป็นสมาชิกคณะกรรมได้เรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับคริปโตและเทคโนโลยีบล็อกเชนอีกครั้ง ซึ่งทางด้านคณะกรรมการจะดำเนินการยื่นข้อเสนออีกครั้ง โดยที่ข้อเสนอทั้งหมดจะมีการตีพิมพ์หลังจากนั้น

Gold And Silver Round Coin

ต่อมาทางด้าน Toomey ได้อธิบายว่า เขามีแนวคิดที่จะชักชวนฝ่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะฝ่ายกฎหมายที่สนับสนุนคริปโตในการยกระดับพัฒนาร่างกฎหมายคริปโตเคอร์เรนซี่และเปิดกว้างเครือข่ายเทคโนโลยีบล็อกเชนขึ้นมาเพื่อเป็นการปกป้องนักลงทุนคริปโต

ชี้ไม่ควรเพิกเฉยกับเรื่องกฎหมายคริปโต

โดยเขาเน้นย้ำว่า การที่พยายามเพิกเฉยเรื่องคริปโตหรือหาทางขจัดคริปโตเคอร์เรนซี่และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องนั้น ทางด้านนักกฎหมายและทางเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเปิดใจให้กว้างมากขึ้น ซึ่งกฎหมายของอเมริกาและข้อบังคับจะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาใหม่

นอกจากเรื่องของคริปโตแล้ว ยังมีการเสนอการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อมโยงระหว่างหลักทรัพย์กับคริปโต การชำระเงินและการควบคุมดูแล การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์คริปโต การควบคุมข้อบังคับ บทบาทของเจ้าหน้าที่ธนาคารและ Defi

เขาคิดว่า คริปโตเคอร์เรนซี่กับเทคโนโลยีบล็อกเชนไม่เพียงแค่จะเป็นการปฏิวัติวงการอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่มันมีศักยภาพที่สร้างความมั่งคั่งให้กับผู้คนและให้หลายคนสัมผัสอิสรภาพทางการเงินได้อย่างเต็มที่ และทำให้พวกเขารู้สึกเป็นอิสระจากความเป็นชนชั้นกลางมากขึ้น

Read more about: