แม้ราคา Bitcoin จะปรับฐานแรงกว่า 7,000 ดอลลาร์จากจุดสูงสุดตลอดกาล แต่สถาบันการเงินยังคงเดินหน้าซื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มเชิงบวกของกระแสเงินทุนจากฝั่ง ETF ที่อาจดันราคาทะยานขึ้นแตะ $135,000 ภายในสิ้นปีนี้
นักวิเคราะห์เตือน หากสหรัฐฯ ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรง ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเร็วกว่ากำหนด ซึ่งจะส่งผลบวกต่อราคาของ Bitcoin
XRP กำลังเผชิญแรงขายอีกครั้ง และอาจเข้าสู่ช่วงขาลงระยะยาวหากไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับสำคัญได้ ขณะที่ราคาร่วงลงกว่า 20% ภายในสัปดาห์เดียว เหลือเพียงราว 1.60 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือเหรียญในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

การยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม เกม และสินค้าดิจิทัล ขณะที่ มิลเลนเนียล และ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้คริปโตมากที่สุด

รายงานจาก ARK Invest คาดว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 61% โดย Bitcoin อาจมีราคาสูงถึง $1 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2030 จากการยอมรับที่ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก

ร่างกฎหมาย “Inflation Protection Act” เสนอให้รัฐเวสต์เวอร์จิเนียสามารถนำเงินไปลงทุนในโลหะมีค่า Stablecoin และคริปโตที่มีมูลค่าตลาดเกิน 750,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้มีเพียง Bitcoin

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้อาจกลายเป็นสัญญาณลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ซึ่งเคยร่วงกว่า 20–30% ทุกครั้งหลัง BoJ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา


ตลาดขาขึ้นของ Bitcoin อาจสิ้นสุดลงแล้ว หลังราคาหลุดต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ และทำสถิติปิดระดับราคารายเดือนเป็นลบ ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งเคยเกิดขึ้นเพียงสามครั้งในประวัติศาสตร์คริปโต

BitMine บริษัทที่ถือครอง Ether 4.2 ล้านเหรียญ เผชิญผลขาดทุนหนักจากกลยุทธ์การถือครองคริปโต ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ล้างสัญญา Leverage และสภาพคล่องลดน้อยลง

นักวิเคราะห์หลายรายชี้ Bitcoin มีโอกาสอาจร่วงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ หลังราคาดิ่งหลุดแนวรับสำคัญและข้อมูลตลาดปัจจุบันซ้ำรอยขาลงในอดีต

นักวิเคราะห์ ETF ชี้ กระแสเชิงลบของ Bitcoin ในช่วงนี้เป็นเพียง “มุมมองระยะสั้น” พร้อมย้ำว่าในปี 2023–2024 Bitcoin ยังให้ผลตอบแทนเหนือกว่าสินทรัพย์อื่นเกือบทั้งหมด แม้ราคาปัจจุบันจะปรับตัวลงก็ตาม