Nasdaq ให้เวลาบริษัท 180 วันจนถึงเดือนมิถุนายน 2026 เพื่อให้ราคาหุ้นกลับมาสูงกว่า 1 ดอลลาร์ มิฉะนั้นอาจถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่หุ้นร่วงกว่า 98% จากจุดสูงสุดหลังควบรวมกับ Nakamoto Holdings
บริษัทและกองทุนที่ถือครอง Bitcoin ซื้อเพิ่มรวมกันกว่า 6,700 BTC มูลค่ากว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นการเข้าซื้อจากบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่น Metaplanet ขณะกองทุน ETF ยังคงเป็นแรงขับหลักที่หนุนราคาแตะจุดสูงสุดใหม่
Next Technology Holding บริษัทซอฟต์แวร์และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของจีน ยื่นเอกสารต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญมูลค่าสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมทุนสำหรับการซื้อ Bitcoin เพิ่ม
มูลค่ารวมของตลาด Memecoin ดิ่งลงกว่า 34% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนแรง แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า การร่วงครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่อาจเป็น “จุดยอมแพ้” ของนักลงทุนที่มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว

ผลสำรวจโดย OKX พบว่า Gen Z ราว 13% เคยใช้ คริปโตเคอร์เรนซี จ่ายค่าเดต ขณะที่อีกหลายรายยอมรับว่ายังไม่สามารถทำได้เพราะ “ไม่มีช่องทางการจ่ายโดยตรง” นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่นี้ยังมองว่าความรู้ด้านการเงินเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้คู่เดตดูน่าสนใจมากขึ้น

XRP กำลังเผชิญแรงขายอีกครั้ง และอาจเข้าสู่ช่วงขาลงระยะยาวหากไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับสำคัญได้ ขณะที่ราคาร่วงลงกว่า 20% ภายในสัปดาห์เดียว เหลือเพียงราว 1.60 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือเหรียญในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

การยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม เกม และสินค้าดิจิทัล ขณะที่ มิลเลนเนียล และ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้คริปโตมากที่สุด


กราฟ Bitcoin บ่งชี้ถึงสัญญาณขาลง ซึ่งหากแนวรับพังลง อาจนำไปสู่การร่วงต่อสู่โซน $56,000 ขณะเดียวกัน ปริมาณการโอนเหรียญจากกระเป๋าวาฬเข้าสู่ Binance กำลังพุ่งสูง ซึ่งมักเป็นสัญญาณขายของรายใหญ่

Bitcoin ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับแนวต้านสำคัญที่ $70,000 ขณะที่ความผันผวนของตลาดสหรัฐฯ กลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่าหาก BTC ไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ อาจมีโอกาสลงไปทำ “จุดต่ำสุดใหม่ของปี” อีกครั้ง

Bitcoin ผันผวนแรงหลังพุ่งแตะ $70,000 ก่อนร่วงกลับ เนื่องจากการซื้อขายในช่วงวันหยุดของธนาคารสหรัฐฯ ทำให้สภาพคล่องลดน้อยลงและส่งผลให้เกิด “เกมสภาพคล่อง” ที่ล้างทั้งฝั่ง Long และ Short ออกจากตลาด

กองทุนคริปโตยังคงเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลออกสุทธิรวมกว่า $173 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาของ Bitcoin และ Ether ร่วงลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญ ส่วน XRP และ Solana กลับสวนทางด้วยกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลเข้า