ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 153% ตั้งแต่ต้นปี 2024 ขณะที่ Bitcoin กลับปรับตัวลดลงราว 30% นักวิเคราะห์ชี้ว่าสถานการณ์นี้สะท้อนถึง “โครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวของปริมาณเงินทั่วโลก การปรับลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยี และการปรับพอร์ตของนักลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า
ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $5000 ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่องกว่า 30% จากจุดสูงสุดเดือนตุลาคม สะท้อนความต้องการที่เอื้อต่อทองคำมากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัล
ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลตลาดระบุว่าการลงทุนใน Bitcoin มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก

ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่


ทองคำดิ่งแรงสุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ หลังนักลงทุนกังวลดอกเบี้ยสูงยาวนาน ขณะที่สงครามตะวันออกกลางยังเพิ่มความผันผวนให้ตลาด

Bitcoin เผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง หลังสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ดึงเงินทุนไหลออกจากทั้งตลาดหุ้นและคริปโต ขณะที่นักลงทุนปรับลดความเสี่ยงในพอร์ต