บิทคอยน์ (BTC) และเหรียญ altcoins ส่วนใหญ่เจอแรงเทขายไปพร้อมกับตลาดหุ้นทั่วโลกและน้ำมันดิบในวัน Black Friday ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากข่าวโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ตรวจพบในแอฟริกาใต้ ทิศทางราคาจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้?
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


BitMine ของ Tom Lee เผชิญผลขาดทุนจากการถือ Ethereum ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนราคา ETH อาจร่วงต่อสู่ระดับ 1,600 ดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้มูลค่าขาดทุนพุ่งเกิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์

Donald Trump ระบุว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ขณะที่ตลาดคริปโตมีเงินไหลเข้า 75,000 ล้านดอลลาร์ หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย