บิทคอยน์ (BTC) และเหรียญ altcoins ส่วนใหญ่เจอแรงเทขายไปพร้อมกับตลาดหุ้นทั่วโลกและน้ำมันดิบในวัน Black Friday ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากข่าวโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ตรวจพบในแอฟริกาใต้ ทิศทางราคาจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้?
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


กองทุน Endowment ของ Harvard กลายเป็นสถาบันชื่อดังรายล่าสุดที่เทขาย ETH ออกจากพอร์ตจนหมด ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงขาลง

ข้อมูล On-chain ชี้ว่าโอกาสที่ Bitcoin จะดิ่งกลับไปต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์อีกครั้งนั้นแทบเป็นศูนย์ เมื่อนักลงทุนระยะยาวถือครองไว้ถึง 71.6% ของอุปทานทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด