Mark Andrews ได้รับการว่าจ้างให้แก้ไขระบบไอทีของธุรกิจหนึ่งด้วยค่าแรง $1,700 (52,666 บาท) แต่ดันฉวยโอกาสขโมยเงินดิจิทัลไปสูงถึง 38,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเขาพบโดยบังเอิญขณะอยู่ในเครือข่ายของบริษัท

ทำไมพนักงานคนนี้จึงสามารถขโมยสินทรัพย์ของบริษัทได้

เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากความหละหลวมและการไว้ใจคนที่ผิดพลาด เพราะผู้ว่าจ้างได้เปิดโอกาสให้พนักงานไอทีคนดังกล่าวเข้าถึงทุกระบบของเครื่องข่ายบริษัทโดยไม่มีการป้องกันแต่อย่างใด จึงทำให้ Mark Andrews ได้เข้าไปพบกับ Cryptocurrency จำนวนหนึ่งซึ่งผู้เคราะห์ร้ายเคยซื้อเอาไว้และเก็บอยู่ในโฟลเดอร์ส่วนตัวในเครือข่ายธุรกิจของเขา โดยเมื่อเดือนเมษายน 2019 มูลค่าของสินทรัพย์ดังกล่าวจะอยู่ที่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Mark Andrews พนักงาน IT ผู้โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

ซึ่ง Andrews ก็ลอยนวลอยู่ได้ไม่นานเพราะเมื่อเหยื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็แจ้งความต่อตำรวจ ส่งผลให้พนักงานไอทีผู้นี้ถูกยึดคอมพิวเตอร์และสามารถสืบค้นการทำธุรกรรมได้ทั้งหมดแต่ก็เกือบจะไม่ทันการอยู่เหมือนกัน เพราะ Andrews ได้ใช้เงินไปแล้วถึง 544,000 บาทในการชำระหนี้ของเขาทำให้ตำรวจสามารถกู้คืนได้แค่ 660,000 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ Mark Andrews ยังถูกตรวจสอบจนพบว่ามีความผิดที่เคยก่อไว้ก่อนหน้านี้สี่อีกสี่ประการ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นการหลอกลวงเพื่อให้ได้รับทรัพย์สินมา ท้ายที่สุดพนักงานไอทีคนนี้จึงถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปี

คำแถลงของนักธุรกิจผู้ที่ถูกขโมยเงินดิจิทัล กล่าวว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสามารถของเขาในการเชื่อใจผู้ในระยะยาวไปเลย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ Crypto ถูกโจรกรรม

เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเงินที่ถูกลักลอบเอาไปในครั้งนี้กับปริมาณสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดที่ถูกขโมยในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2020 ยังต่างกันลิบลับ โดย Cryptocurrency ที่ถูกโจรกรรมให้ช่วงต้นปีนี้ มีมูลค่ารวม 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว ๆ 4.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งนี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้เราเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบป้องกันเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องบำรุงรักษา