Bitcoin

โดยแนวคิดเริ่มต้นของนาย Satoshi Nakamoto แล้ว สกุลเงินคริปโตเหรียญแรกของตลาดอย่าง Bitcoin นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจอีกรูปแบบหนึ่ง และเนื่องจากเหรียญดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นหลังช่วงวิกฤติทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทางผู้สร้างจึงคาดหวังที่จะท้าทายความเข้าใจแบบเดิม ๆ ที่คอยฉุดรั้งแนวคิดและนโยบายทางการเงินทั่วโลก

และเมื่อเวลาได้ผ่านไปนับสิบปี เหรียญดังกล่าวก็ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับหนึ่งสำเร็จแล้วว่าระบบการเงินในปัจจุบันและแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ปูทางให้กับความล้มเหลวที่ผ่านๆมานั้นไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย ซ้ำยังเป็นการแก้ไขปัญหาแบบงูกินหางอยู่เรื่อยไปอีกด้วย โดยหลักฐานที่เป็นประจักษ์นั้นคือการที่สกุลเงินคริปโตที่ถูกสร้างจากซอฟต์แวร์เปล่า ๆ นั้นสามารถเติบขึ้นมามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจของโลกได้ ด้วยความสมัครใจของผู้คนที่หลังไหลเข้าไปใช้งานและให้คุณค่าเหรียญดังกล่าวมากขึ้นเรื่อย ๆ

บทบาทของนักลงทุนและนักลงทุนสถาบัน

ภาพรวมของตลาดคริปโต โดยเฉพาะตลาดของ Bitcoin นั้นจะเห็นได้ว่ามีอัตราส่วนนักลงทุนระหว่างนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันที่ต่างๆกันค่อนข้างมาก แต่แม้ว่าทางฝั่งนักลงทุนรายย่อยนั้นจะมีจำนวนมากกว่า แต่มูลค่าของสินทรัพย์ที่ถูกถือโดยนักลงทุนสถาบันนั้นกลับมีมูลค่าสูงกว่ามาก ดังนั้นแล้วนักลงทุนรายใหญ่เหล่านี้จึงมักจะเป็นผู้นำตลาดและเป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาดส่วนใหญ่

ใครเป็นผู้นำตลาดกันแน่

แต่ข้อมูลจากบริษัท Exchange อย่าง Chicago Mercantile Exchange หรือ CME นั้นได้เผยถึงปริมาณการซื้อขายสัญญา Futures ใน Bitcoin ในอัตรากว่า 8,900 สัญญาต่อวัน ซึ่งได้มีนัยยะสำคัญถึงทิศทางที่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งความแตกต่างนั้นได้ปรากฏบนกราฟด้านล่างนี้ถึงการเข้าซื้อสัญญาสำหรับช่วงราคาต่างๆ ซึ่งดูเหมือนว่าทางฝั่งนักลงทุนรายย่อยนั้นตั้งธงเรื่องทิศทางราคาไว้ได้แม่นยำกว่าเหล่านักลงทุนสถาบัน

รายงานจากทาง CME ยังได้เปิดเผยอีกว่าเหล่านักลงทุนรายย่อยได้มีการวาง Long Position หรือการซื้อสัญญาระยะยาวสุทธิเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1,000 รายการต่อวัน ซึ่งทางฝั่งนักลงทุนสถาบันก็ได้ดำเนินตามแนวทางนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยการปรับพอร์ทเพิ่มการลงทุนในสัญญาระยะยาวมากขึ้น แต่ก็ยังคงมุ่งมันที่จะวางสัญญาไว้ที่ Short Position ไปพร้อมๆกัน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงทิศทางตลาดในช่วงนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าการคาดการณ์ของเหล่านักลงทุนสถาบันที่ยังคงมุ่งมั่นถือ Short Position นั้นล้าหลังกว่าทิศทางการลงทุนของนักลงทุนรายย่อย และซึ่งอาจมีที่มาจากเหล่านักลงทุนสถาบันยังคงติดภาพการลงทุนแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในตลาดทองคำเนื่องจากสภาพตลาดในช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็เป็นไปได้