หน้าใหม่และหน้าเก่า

อย่างที่รู้กันว่าวงการคริปโตนั้นเติบโตขึ้นมาภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น นับตั้งแต่การมาถึงของเหรียญคริปโตเหรียญแรกของนาย Satoshi Nakamoto ในช่วงปี 2009 จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งคิดเป็นระยะเวลาเพียงสิบปีเท่านั้น โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นต่างมีผู้คนเข้าสู่ตลาดในปริมาณที่ต่างกันไปตามกระแสความนิยม โดยล่าสุดได้มีผู้ใช้รายหนึ่งบนทวิตเตอร์ในชื่อ Coinmamba ได้ตั้งโพลสอบถามผู้คนในแวดวงทวิตเตอร์ว่าพวกเขาเข้าสู่วงการคริปมาเป็นระยะเวลานานเท่าใดแล้ว

แม้ว่าจากโพลดังกล่าวนั้นจะมีผู้เข้าตอบแบบสอบถามเพียงแค่ 1,995 คน เท่านั้นแต่ตัวเลขก็ได้ทำให้ผู้ที่ผ่านมาพบเห็นประหลาดใจไม่น้อยเนื่องจากปรากฎว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนหนึ่งนั้นเข้ามาในวงการได้ไม่ถึง 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าเข้ามาในช่วงที่เกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเลยก็เป็นได้

ในจำนวนดังกล่าวนั้นคิดเป็นปริมาณเพียง 9.4% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ซึ่งแม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยของผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในแบบสอบถาม แต่ก็เป็นอัตราส่วนที่สามารถนำมาอธิบายถึงกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นในวงการคริปโต โดยเฉพาะปริมาณเงินทุนที่ไหลเข้าสู่วงการ DeFi อย่างล้นหลามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั่นเอง

อันดับถัดไปในโพลดังกล่าวคือผู้ที่เข้าสู่วงการคริปโตมาในระยะเวลาต่ำกว่าหนึ่งปี ซึ่งคิดเป็นอัตรากว่า 14.2% ของทั้งหมด โดยเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วจะพบว่าจำนวนดังกล่าวนี้ตรงกับการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานในระบบช่วงดือนตุลาคมที่ผ่านมา ไม่นานหลังจากที่ทางประเทศจีนมีข่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศเปิดรับการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain ภายในประเทศ ซึ่งสร้างความคาดหวังอย่างมากให้กับผู้คนในวงการ

สำหรับผู้คนที่เข้าวงการคริปโตในช่วงเวลาระหว่าง 1 ถึง 3 ปีที่ผ่านมานั้นอยู่ในอัตรา 33.5% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ซึ่งหาพิจารณากรอบเวลาทั้งสามปีนั้นจะพบว่านักลงทุนกลุ่มนี้ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควร ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ Bitcoin นั้นมีความผันผวนสูงมาก สู่ยุคที่มีการเปิดออกขายเหรียญให้แก่ประชาชนทั่วไปหรือ initial Coin Offering (ICO) จนกระทั่งในปัจจุบันที่ตลาดกกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ทั้งนี้อัตราส่วนของผู้ที่อยู่ในวงการคริปโตมามากกว่าสามปีนั้นยังคงครองอันดับสูงสุดที่ 42.9% ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะมีจำนวนมากที่สุดเนื่องจากตัวเลือกของกรอบเวลานี้มีความกว้างมากที่สุดนั่นเอง

เปรียบเทียบกรณี ICO และ DeFi boom

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับวงการ DeFi ที่ทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และหน้าเก่าต่างได้ให้ความสนใจอย่างล้นหลามนั้นคล้ายคลึงกับช่วงที่มีการเปิดให้โครงการต่างๆ ออกขายเหรียญของตนเองได้หรือที่รู้จักกันในนามการทำ ICO ซึ่งในช่วงดังกล่าวนั้นได้ดึงดูดความสนใจจากเหล่านักลงทุนอย่างมากในระยะเวลาที่รวดเร็ว แต่กลับกันก็มีหลายโครงการที่อาศัยการทำ ICO หลอกลวงนักลงทุนไปมากพอสมควรนั่นเอง

ดังนั้นแล้วจากเหตุการณ์ดังกล่าว เหล่านักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าควรที่จะรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2017 และนำกรณีดังกล่าวมาเป็นบทเรียนเพื่อเลือกลงทุนในแพลตฟอร์ม DeFi ที่กำลังเติบโตอยู่นี้ด้วยความระมัดระวังนั่นเอง