สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ไนจีเรียได้ระงับแผนในการควบคุมสกุลเงินดิจิทัลเพื่อสนับสนุนทิศทางของธนาคารกลางไนจีเรีย (Central Bank of Nigeria : CBN) ที่ออกมาสั่งแบนไม่ให้สถาบันการเงินให้บริการกับเหล่าบริษัทด้านการแลกเปลี่ยนคริปโต

ในแถลงการณ์ทางอีเมลที่อ้างถึงโดย Daily Post เมื่อวันศุกร์ SEC ระบุว่า

“เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับเข้าสู่กรอบการบ่มเพาะกฎระเบียบของ ก.ล.ต. การประเมินผลทางด้านบุคคล (และผลิตภัณฑ์) ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากหนังสือเวียน CBN เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 จะถูกระงับไว้จนกว่าบุคคลดังกล่าวจะสามารถดำเนินการด้วยบัญชีธนาคารดั้งเดิมภายในประเทศไนจีเรียได้”

โดยก่อนหน้านี้มีการรายงานข่าวว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งยังกำหนดสถานะทางกฎหมายในเดือนกันยายนปี 2020 โดยที่ ณ ขณะนั้นสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า มีการกำหนดให้สร้างการทดสอบการใช้งานกฎระเบียบสำหรับสกุลเงินดิจิทัลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมตลาดอย่างเต็มที่

สำหรับสำนักงาน ก.ล.ต. แล้วนั้น คำสั่งล่าสุดเป็นการตอบสนองต่อการสอบถามจากเหล่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต่างมีความวิตกกังวบเกี่ยวกับความขัดแย้งด้านนโยบายระหว่างสิ่งที่ได้ประกาศไปในเดือนกันยายน และหนังสือเวียนของธนาคารกลางฉบับล่าสุด หากอ้างอิงข้อมูลตามที่ ก.ล.ต. ได้กล่าวเอาไว้นั้น ข้อเสนอการทดสอบการใช้งานกฎระเบียบสำหรับบริษัทด้านฟินเทคที่ “ไม่ใช่ Crypto” ที่ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ตลาดทุน (Capital market) จะยังคงดำเนินต่อไปตามแผน

โดยธนาคารกลางกลางกล่าวถึงการดำเนินการในครั้งนี้ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านการใช้สกุลเงินเสมือนเพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการก่ออาญชากรรมในไนจีเรีย

การประชุมเต็มรูปแบบของวุฒิสภาไนจีเรียเมื่อวันพฤหัสบดี (11 กุมภาพันธ์) ที่ผ่านมาพบว่าวุฒิสมาชิกบางคนเรียกร้องให้ธนาคารกลางมีแนวทางที่เหมาะสมมากกว่านี้ในการควบคุมสกุลเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตามวุฒิสมาชิก Sani Musa จากเขตวุฒิสมาชิกฝั่งตะวันออกของNiger อ้างว่า Bitcoin ทำให้สกุลเงินท้องถิ่อย่าง Naira “แทบจะไร้ประโยชน์”

ในส่วนหนึ่งของการพิจารณานี้ วุฒิสภาไนจีเรียได้มีมติเชิญผู้ว่าการ CBN มาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมการเพื่อหารือเกี่ยวกับกลไกที่เป็นไปได้สำหรับกฎระเบียบของสกุลเงินดิจิทัลในประเทศในอนาคต