มีกระเป๋า XRP ถูกสร้างใหม่กว่า 4,300 บัญชีภายในวันเดียว แต่ราคายังติดแนวต้านสำคัญ
กิจกรรมบน XRP Ledger พุ่งแรง หลังมีการสร้างกระเป๋าใหม่กว่า 4,300 บัญชีภายใน 24 ชั่วโมง แต่แรงขายบริเวณแนวต้านยังคงกดดันราคา XRP ไม่ให้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่

กิจกรรมบน XRP Ledger พุ่งแรง หลังมีการสร้างกระเป๋าใหม่กว่า 4,300 บัญชีภายใน 24 ชั่วโมง แต่แรงขายบริเวณแนวต้านยังคงกดดันราคา XRP ไม่ให้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
เครือข่าย XRP Ledger กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังข้อมูลจาก Santiment ระบุว่า มีการสร้างกระเป๋า XRP ใหม่กว่า 4,300 บัญชีภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง นับเป็นการเติบโตของเครือข่ายที่สูงที่สุดอันดับ 4 ของปี 2026 สะท้อนถึงการกลับมาของความสนใจในระบบนิเวศ XRP แม้ว่าราคาจะยังไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ก็ตาม
ข้อมูลบนเครือข่ายแสดงให้เห็นว่า จำนวนกระเป๋าใหม่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 2,500 ใบในวันที่ 19 พฤษภาคม เป็น 4,300 ใบในวันที่ 20 พฤษภาคม ขณะที่จำนวน Active Address รายวันก็เพิ่มขึ้นจาก 32,000 เป็น 43,520 ในช่วงเวลาเดียวกัน
Santiment ระบุว่า XRP กำลังเข้าสู่หนึ่งในช่วงที่เครือข่ายเติบโตมากที่สุดของปี พร้อมชี้ว่า “การเติบโตของเครือข่ายมักเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงการกลับตัวของราคา”
ด้านนักวิเคราะห์ Amonyx มองว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนกระเป๋าในลักษณะนี้มักเป็นสิ่งที่นักลงทุนรายใหญ่หรือ “Smart Money” ให้ความสนใจ พร้อมตั้งคำถามว่าอาจเป็น “สัญญาณการกลับตัว” ของ XRP หรือไม่
ขณะที่นักวิเคราะห์ Niroshan682 กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของกระเป๋าใหม่มักสะท้อนถึงการเข้ามาของผู้ใช้งานรายใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสเงินทุนจากสถาบันและกระแสเงินไหลเข้า ETF ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน Spot XRP ETFs ในสหรัฐฯ ถือครอง XRP คิดเป็นประมาณ 1.34% ของอุปทานทั้งหมด โดยในเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียว มีเงินไหลเข้าสู่ XRP ETFs แล้วกว่า 107.3 ล้านดอลลาร์ และวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเพียงวันเดียว มีกระแสเงินไหลเข้าอีก 8.8 ล้านดอลลาร์ นับเป็นวันที่ 12 ติดต่อกันที่กองทุนเหล่านี้มีเงินทุนไหลเข้า
ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าสะสมของ XRP ETFs เพิ่มขึ้นแตะเกือบ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร อยู่ที่ประมาณ 1.15 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจัยพื้นฐานจะเริ่มแข็งแกร่งขึ้น แต่ราคา XRP ยังเผชิญแรงกดดัน และยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดรอบหลายปีที่ 3.66 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้ในเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงประมาณ 62%
ในเชิงกราฟเทคนิค XRP ยังคงติดอยู่ใต้แนวต้านสำคัญบริเวณ 1.40-1.55 ดอลลาร์ หลังจากการฟื้นตัวกว่า 21% จากจุดต่ำสุดที่ 1.27 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 5 เมษายน ไปหยุดอยู่ที่บริเวณ 1.55 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นกรอบบนของช่วง Sideway ที่กดดันราคามาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์
นักวิเคราะห์มองว่า หากแรงซื้องสามารถดันราคาให้ทะลุแนวต้านดังกล่าวได้ จะเป็นสัญญาณยืนยันการ Breakout ออกจากกรอบ โดยบริเวณนี้ยังสอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทั้ง 50-day SMA, 100-day SMA และ 100-day EMA
นอกจากนี้ ข้อมูลต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนยังชี้ว่า มี XRP ราว 3.75 พันล้านเหรียญถูกถืออยู่ในช่วงราคา 1.37-1.45 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็นโซนแรงขายสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากอาจเลือกขายเพื่อคืนทุนเมื่อราคากลับขึ้นมาแตะระดับดังกล่าว
ขณะที่แนวต้านถัดไปอยู่บริเวณ 1.68-1.70 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่มีนักลงทุนถือครอง XRP อีกประมาณ 3.8 พันล้านเหรียญ และยังตรงกับกรอบบนของกราฟรูปแบบ Falling Wedge ที่นักวิเคราะห์ Crypto Michael มองว่าอาจเป็นสัญญาณของการเตรียม Breakout ครั้งใหญ่
หาก XRP สามารถปิดแท่งรายสัปดาห์เหนือกรอบดังกล่าวได้ มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายทางเทคนิคบริเวณ 3.52 ดอลลาร์ หรือสูงกว่าราคาปัจจุบันประมาณ 50%
ก่อนหน้านี้ Cointelegraph รายงานว่า XRP จำเป็นต้องกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นแนวโน้มระยะหลายเดือนบริเวณ 1.40 ดอลลาร์ให้ได้ เพื่อส่งสัญญาณการกลับมาของแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่การปิดเหนือระดับ 1.61 ดอลลาร์อาจเป็นจุดยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มครั้งสำคัญของราคา
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








