ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

ธนาคารสหรัฐฯ เตรียมออก Stablecoin ได้เอง ภายใต้แผนของ FDIC ตามกฎหมาย GENIUS Act

ธนาคารสหรัฐฯ เตรียมออก Stablecoin ได้เอง ภายใต้แผนของ FDIC ตามกฎหมาย GENIUS Act

สำนักงานคุ้มครองเงินฝากของสหรัฐฯ เผยกรอบข้อเสนอสำหรับธนาคารที่ต้องการขออนุมัติออก Stablecoin ชำระเงิน ถือเป็นก้าวสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายคริปโตฉบับประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ

สำนักงานคุ้มครองเงินฝากของสหรัฐฯ (Federal Deposit Insurance Corp. – FDIC) ได้เผยแพร่ร่างข้อเสนอฉบับใหม่ เพื่อเปิดทางให้ธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลสามารถ ขออนุมัติออก “Stablecoin เพื่อการชำระเงิน”  ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้กรอบของ GENIUS Act ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้

ข้อเสนอดังกล่าวมีความยาว 38 หน้า และถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของ FDIC โดยมีเป้าหมายเพื่อวางโครงสร้างการอนุมัติสำหรับธนาคารที่ต้องการออก Stablecoin ผ่านบริษัทย่อย ซึ่งจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของ FDIC

ตามรายงานของ Bloomberg ข้อเสนอนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการรับฟังความคิด เห็นก่อนดำเนินการสู่กระบวนการร่างกฎระเบียบขั้นต่อไป

ส่วนสรุปจากร่างกรอบการกำกับดูแลของ FDIC สำหรับเหรียญ Stablecoin ที่ธนาคารเป็นผู้ออก ( ที่มา : FDIC )
ส่วนสรุปจากร่างกรอบการกำกับดูแลของ FDIC สำหรับเหรียญ Stablecoin ที่ธนาคารเป็นผู้ออก ( ที่มา : FDIC )

FDIC กำหนดเกณฑ์ขออนุมัติออก Stablecoin

ภายใต้กรอบที่เสนอ ธนาคารที่ต้องการออก Stablecoin จะต้องยื่นคำขอผ่านบริษัทย่อยของตน โดย FDIC จะพิจารณาอนุมัติจากหลายเกณฑ์หลักตามที่กำหนดไว้ใน GENIUS Act ซึ่งรวมถึง ความสามารถในการรักษามาตรฐานการออก Stablecoin ความมั่นคงทางการเงินของสถาบัน คุณภาพของการบริหารจัดการ นโยบายการแลกเงินคืน และปัจจัยด้านความปลอดภัยทางการเงินโดยรวม

เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว FDIC จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักของบริษัทย่อยนั้นในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin ชำระเงินโดยตรง

FDIC ซึ่งมีหน้าที่หลักในการคุ้มครองเงินฝากของประชาชนและกำกับดูแลธนาคารสมาชิก ได้เพิ่มบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในด้านการกำหนดแนวทางให้ธนาคารสามารถมีส่วนร่วมกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัย

สหรัฐฯ กับก้าวประวัติศาสตร์แห่ง Stablecoin

GENIUS Act หรือชื่อเต็มคือ Guiding and Establishing National Innovation for US Stablecoins ได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายน และประธานาธิบดี Donald Trump ก็ได้ลงนามบังคับใช้ในเดือนถัดมา

กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นกรอบกำกับดูแล Stablecoin ที่ครอบคลุมที่สุดของสหรัฐฯ โดยกำหนดให้ผู้ออกต้องมี ทุนสำรอง 100% เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐหรือสินทรัพย์สภาพคล่องคุณภาพสูง ที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

พิธีลงนามในกฎหมายจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว โดยมีผู้บริหารจากบริษัทคริปโตรายใหญ่เข้าร่วม อาทิ Coinbase, Circle, Robinhood และ Gemini

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ Scott Bessent กล่าวในขณะนั้นว่า GENIUS Act จะไม่เพียงสร้างความมั่นคงให้กับตลาดคริปโต แต่ยัง เสริมความแข็งแกร่งของสภาพคล่องดอลลาร์สหรัฐและขยายอิทธิพลทางการเงินของดอลลาร์ในระดับโลก ผ่านระบบ Stablecoin

ปัจจุบัน มูลค่ารวมของ Stablecoin ที่หมุนเวียนในตลาดทั่วโลกทะลุ 300,000 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่เป็นเหรียญที่ตรึงกับดอลลาร์สหรัฐ เช่น USDT และ USDC ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจของคริปโตและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

ด้วยข้อเสนอของ FDIC ครั้งนี้ สหรัฐฯ จึงอาจกำลังเข้าสู่ยุคที่ ธนาคารพาณิชย์สามารถออก Stablecoin ได้เองภายใต้กรอบกฎหมายของรัฐ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

กองทุน Bitcoin และ Ether ETF สูญเงินทุนกว่า 1.82 พันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสเงินไหลเข้าสินทรัพย์โลหะมีค่า
นักลงทุนแห่ Short Bitcoin อาจจุดชนวนการล้างพอร์ต ดันราคากลับสู่ 90,000 ดอลลาร์
Bitcoin ร่วงแตะ 81,000 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน หลังตลาดคริปโตสูญมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง
Bitcoin ร่วงแตะ 83,400 ดอลลาร์ หลังหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรงและแรงขายจาก Futures กดดันตลาด