Bitwise ชี้ Stablecoin อาจโตแตะ $4 ล้านล้าน หากบริษัท Big Tech เดินหน้ารับใช้งานจริง
Bitwise มองว่า Stablecoin มีโอกาสเติบโตสู่ตลาดมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ หากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังคงเริ่มนำไปใช้ในระบบการชำระเงินและบริการต่างๆ มากขึ้น

Bitwise มองว่า Stablecoin มีโอกาสเติบโตสู่ตลาดมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ หากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังคงเริ่มนำไปใช้ในระบบการชำระเงินและบริการต่างๆ มากขึ้น
Bitwise Asset Management มองว่าอนาคตของ Stablecoin อาจเข้าสู่ตลาดกระแสหลักเร็วกว่าที่หลายคนคาด หากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มนำไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ระบุว่า โครงการทดลองใช้งาน Stablecoin ของบริษัท Meta และ DoorDash ถือสัญญาณบวกสำคัญของ Stablecoin ในอนาคต
แม้ทั้งสองโครงการยังอยู่ในการทดลองและมีมูลค่าธุรกรรมไม่มาก แต่ Hougan มองว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า Stablecoin จะถูกใช้งานนอกวงการคริปโตได้จริงหรือไม่ และทำให้เขามั่นใจมากขึ้นว่าตลาด Stablecoin อาจขยายตัวแตะระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ พร้อมผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนภายในอนาคต
ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin อยู่ที่ประมาณ 318,000 ล้านดอลลาร์ แต่ Bitwise อ้างถึงการคาดการณ์ของ Citigroup ที่เคยประเมินว่า ตลาดนี้อาจเติบโตสู่ระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ในกรณีที่การใช้งานขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบ
Hougan อธิบายว่า หาก Stablecoin จะเติบโตถึงระดับดังกล่าว จำเป็นต้องก้าวข้ามบทบาทเดิมที่ใช้เพียงเพื่อการซื้อขายคริปโต และต้องถูกนำไปใช้ในกิจกรรมประจำวัน เช่น การชำระเงิน การโอนเงินระหว่างประเทศ และระบบจ่ายเงินข้ามพรมแดน
เขามองว่าจุดแข็งสำคัญของ Stablecoin สำหรับบริษัทข้ามชาติ คือความเรียบง่ายของระบบการเงินทั่วโลก เพราะสามารถใช้เพียงแค่ “กระเป๋าเดียว” ในการส่งเงินโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างจากธนาคารหลายในประเทศ หรือเสียต้นทุนจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
“สำหรับบริษัทระดับโลกที่ต้องจัดการการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล ความเรียบง่ายแบบนี้มีมูลค่าสูงมาก” Hougan กล่าว
ช่วงที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีและสถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มทดลองใช้งาน Stablecoin มากขึ้น โดย Meta ได้เริ่มทดลองจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ในประเทศฟิลิปปินส์และโคลอมเบียผ่าน Stablecoin ขณะที่ DoorDash เปิดทางให้ผู้ใช้งาน ร้านค้า และพนักงานรับชำระเงินผ่าน Stablecoin ได้
ด้าน Visa ก็ได้ขยายระบบชำระเงินผ่าน Stablecoin ไปยังบล็อกเชนอีก 5 เครือข่าย หลังปริมาณธุรกรรมในระบบเริ่มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง
การผลักดันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐผ่านกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ที่ช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบและเพิ่มความมั่นใจให้ภาคธุรกิจในการทดลองใช้งานมากขึ้น
แต่ธนาคารกลางสหรัฐยังคงกังวลต่อการเติบโตของ Stablecoin โดยมองว่าอาจเข้ามาแข่งขันกับเงินฝากในระบบธนาคาร และกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินดั้งเดิม
ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐกำลังพิจารณากฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคริปโต ซึ่งรวมถึงข้อเสนอที่ห้ามไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโตจ่ายผลตอบแทนจาก Stablecoin ที่ฝากไว้ในแพลตฟอร์ม
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








