ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

Bitwise ชี้ Stablecoin อาจโตแตะ $4 ล้านล้าน หากบริษัท Big Tech เดินหน้ารับใช้งานจริง

Bitwise ชี้ Stablecoin อาจโตแตะ $4 ล้านล้าน หากบริษัท Big Tech เดินหน้ารับใช้งานจริง

Bitwise มองว่า Stablecoin มีโอกาสเติบโตสู่ตลาดมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ หากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ยังคงเริ่มนำไปใช้ในระบบการชำระเงินและบริการต่างๆ มากขึ้น

Bitwise Asset Management มองว่าอนาคตของ Stablecoin อาจเข้าสู่ตลาดกระแสหลักเร็วกว่าที่หลายคนคาด หากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มนำไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise ระบุว่า โครงการทดลองใช้งาน Stablecoin ของบริษัท Meta และ DoorDash ถือสัญญาณบวกสำคัญของ Stablecoin ในอนาคต

แม้ทั้งสองโครงการยังอยู่ในการทดลองและมีมูลค่าธุรกรรมไม่มาก แต่ Hougan มองว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า Stablecoin จะถูกใช้งานนอกวงการคริปโตได้จริงหรือไม่ และทำให้เขามั่นใจมากขึ้นว่าตลาด Stablecoin อาจขยายตัวแตะระดับหลายล้านล้านดอลลาร์ พร้อมผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนภายในอนาคต

Matt Hougan กล่าวในงาน Bitcoin 2026 ( ที่มา : YouTube )
Matt Hougan กล่าวในงาน Bitcoin 2026 ( ที่มา : YouTube )

ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin อยู่ที่ประมาณ 318,000 ล้านดอลลาร์ แต่ Bitwise อ้างถึงการคาดการณ์ของ Citigroup ที่เคยประเมินว่า ตลาดนี้อาจเติบโตสู่ระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ในกรณีที่การใช้งานขยายตัวอย่างเต็มรูปแบบ

Hougan อธิบายว่า หาก Stablecoin จะเติบโตถึงระดับดังกล่าว จำเป็นต้องก้าวข้ามบทบาทเดิมที่ใช้เพียงเพื่อการซื้อขายคริปโต และต้องถูกนำไปใช้ในกิจกรรมประจำวัน เช่น การชำระเงิน การโอนเงินระหว่างประเทศ และระบบจ่ายเงินข้ามพรมแดน

เขามองว่าจุดแข็งสำคัญของ Stablecoin สำหรับบริษัทข้ามชาติ คือความเรียบง่ายของระบบการเงินทั่วโลก เพราะสามารถใช้เพียงแค่ “กระเป๋าเดียว” ในการส่งเงินโดยไม่ต้องพึ่งโครงสร้างจากธนาคารหลายในประเทศ หรือเสียต้นทุนจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

“สำหรับบริษัทระดับโลกที่ต้องจัดการการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล ความเรียบง่ายแบบนี้มีมูลค่าสูงมาก” Hougan กล่าว

ช่วงที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีและสถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มทดลองใช้งาน Stablecoin มากขึ้น โดย Meta ได้เริ่มทดลองจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ในประเทศฟิลิปปินส์และโคลอมเบียผ่าน Stablecoin ขณะที่ DoorDash เปิดทางให้ผู้ใช้งาน ร้านค้า และพนักงานรับชำระเงินผ่าน Stablecoin ได้

ด้าน Visa ก็ได้ขยายระบบชำระเงินผ่าน Stablecoin ไปยังบล็อกเชนอีก 5 เครือข่าย หลังปริมาณธุรกรรมในระบบเริ่มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

การผลักดันดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐผ่านกฎหมาย GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ที่ช่วยสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบและเพิ่มความมั่นใจให้ภาคธุรกิจในการทดลองใช้งานมากขึ้น

แต่ธนาคารกลางสหรัฐยังคงกังวลต่อการเติบโตของ Stablecoin โดยมองว่าอาจเข้ามาแข่งขันกับเงินฝากในระบบธนาคาร และกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินดั้งเดิม

ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐกำลังพิจารณากฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคริปโต ซึ่งรวมถึงข้อเสนอที่ห้ามไม่ให้แพลตฟอร์มคริปโตจ่ายผลตอบแทนจาก Stablecoin ที่ฝากไว้ในแพลตฟอร์ม

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Travala เปิดตัวระบบให้ AI จองโรงแรมและชำระเงินด้วย USDC บน Base ได้แล้ว
Michael Saylor ส่งสัญญาณซื้อ Bitcoin เพิ่ม ก่อนผู้ถือหุ้นลงมติเปลี่ยนการจ่ายปันผล STRC
Bitcoin RSI ส่งสัญญาณ Oversold หนักสุดนับตั้งแต่วิกฤต COVID-19 นักวิเคราะห์ชี้มีลุ้นฟื้นกลับสู่ 70,000 ดอลลาร์
Michael Saylor ชี้ Bitcoin ต้องเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ท่ามกลางแรงขาย ETF และข้อถกเถียงเรื่องความต้องการของสถาบัน