อัยการเกาหลีใต้สูญ Bitcoin มูลค่า $47 ล้านจากการเข้าเว็บปลอม เปิดสอบการขโมยเหรียญที่ยึดไว้ในคดีอาชญากรรม
สื่อท้องถิ่นรายงาน อัยการเกาหลีใต้ถูกขโมย Bitcoin ที่ยึดไว้จากคดีอาชญากรรมมูลค่ารวมกว่า 47.7 ล้านดอลลาร์ หลังเจ้าหน้าที่หลงเข้าเว็บไซต์หลอกลวง ขณะที่ทางการกำลังสอบสวนและติดตามร่องรอยของเหรียญที่หายไป

สื่อท้องถิ่นรายงาน อัยการเกาหลีใต้ถูกขโมย Bitcoin ที่ยึดไว้จากคดีอาชญากรรมมูลค่ารวมกว่า 47.7 ล้านดอลลาร์ หลังเจ้าหน้าที่หลงเข้าเว็บไซต์หลอกลวง ขณะที่ทางการกำลังสอบสวนและติดตามร่องรอยของเหรียญที่หายไป
เจ้าหน้าที่ สำนักงานอัยการเขตควังจู (Gwangju District Prosecutors’ Office) ของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ระหว่างการตรวจสอบสินทรัพย์ที่ยึดไว้จากคดีอาชญากรรม พบว่า Bitcoin มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านวอน หรือราว 47.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้หายไปจากบัญชี
รายงานจาก Chosun Daily ระบุว่า เหรียญเหล่านี้ถูกขโมยไปหลังจากรหัสผ่านรั่วไหลออกสู่ภายนอก โดยมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเผลอเข้าสู่เว็บไซต์ปลอม ทำให้ข้อมูลถูกขโมยไปผ่านการโจมตีแบบ phishing
Phishing ถือเป็นหนึ่งในวิธีโจมตีที่พบบ่อยที่สุดในวงการคริปโต โดยมิจฉาชีพจะสร้างเว็บไซต์หรืออีเมลเลียนแบบแพลตฟอร์มจริง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดเผย Private Key หรือรหัสผ่านของกระเป๋าเงิน
แม้ข้อมูลจาก Scam Sniffer จะระบุว่า มูลค่าความเสียหายจากการโจมตีแบบ phishing ในปี 2025 ลดลงกว่า 80% เหลือเพียง $83.85 ล้าน และจำนวนเหยื่อลดลงเกือบ 70% เหลือประมาณ 106,000 ราย แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ชี้ว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานรัฐเริ่มถือครองสินทรัพย์คริปโตจำนวนมาก
ทางการเร่งสอบสวนหาที่มาของการโจรกรรม
สำนักงานอัยการควังจูปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด เช่น ช่วงเวลาที่เหรียญถูกยึดหรือมูลค่าที่สูญหายทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน
“เรากำลังสืบสวนเพื่อติดตามสถานการณ์และที่อยู่ของสินทรัพย์ที่ถูกขโมย” เจ้าหน้าที่อัยการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Yonhap “แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในขณะนี้”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ กรมศุลกากรเกาหลีใต้ ประกาศจับกุมเครือข่ายฟอกเงินผ่านคริปโตขนาดใหญ่ ซึ่งยิ่งทำให้ประเด็นด้านความปลอดภัยและการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
หน่วยงานทั่วโลกต่างถือครองคริปโตจำนวนมหาศาล
เกาหลีใต้ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ถือครองคริปโตจากการยึดทรัพย์ในคดีอาชญากรรม โดยในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว Coinbase เปิดเผยว่าได้ช่วย หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ (US Secret Service) ได้ยึดสินทรัพย์คริปโตมูลค่า $225 ล้าน ซึ่งถือเป็นการยึดครั้งใหญ่ที่สุดของหน่วยงานดังกล่าว
ขณะที่ในสหราชอาณาจักร หน่วยงานกำกับการเงินกำลังพิจารณาว่าจะ เก็บ Bitcoin มูลค่า $6.4 พันล้าน ที่ยึดได้จากคดีฉ้อโกงในปี 2018 ไว้เป็นทรัพย์สินของรัฐ หรือจะคืนให้แก่ผู้เสียหายกว่า 128,000 รายในประเทศจีน
เหตุโจรกรรมล่าสุดในเกาหลีใต้สะท้อนความท้าทายที่หน่วยงานภาครัฐทั่วโลกต้องเผชิญในการ เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างปลอดภัย และย้ำถึงความจำเป็นของมาตรการ ความมั่นคงทางไซเบอร์และระบบดูแลสินทรัพย์คริปโตระดับสถาบัน ที่เข้มแข็งกว่าที่เคย
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








