ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

วาฬ Ethereum เริ่มเคลื่อนไหว! กระเป๋าเก่า 8 ปีโอนกว่า 37,800 ETH ขณะที่แนวรับ $1,500 ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

วาฬ Ethereum เริ่มเคลื่อนไหว! กระเป๋าเก่า 8 ปีโอนกว่า 37,800 ETH ขณะที่แนวรับ $1,500 ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

กระเป๋า Ethereum ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่า 8 ปีเริ่มโอนเหรียญออกสู่ตลาดรวมกว่า 37,800 ETH ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่บางส่วนยังเดินหน้าสะสมเพิ่ม แม้ข้อมูลออนเชนชี้ว่ากลุ่มวาฬระยะยาวกำลังเผชิญการขาดทุนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019

ตลาด Ethereum (ETH) กำลังเผชิญสัญญาณที่แตกต่างกันจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หลังมีกระเป๋าเงินที่ไม่ได้เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2017 กลับมาโอนเหรียญออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 8 ปี ขณะที่วาฬอีกส่วนหนึ่งยังคงเข้าซื้อ ETH เพิ่มอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาจะเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,500 ดอลลาร์เพียงเล็กน้อย

ข้อมูลออนเชนจาก Lookonchain ระบุว่า กระเป๋า Ethereum จำนวน 4 ใบ ซึ่งได้รับ ETH รวม 37,602 เหรียญเมื่อเกือบ 8 ปีก่อนในต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 830 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ได้กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังถือครองผ่านทั้งตลาดขาขึ้นปี 2021 และปี 2025 ซึ่งในช่วงนั้นมีกำไรที่ยังไม่ได้ขายสูงกว่า 150 ล้านดอลลาร์

ระยะเวลาการถือครองของกระเป๋าวาฬ ETH รุ่นแรก ( ที่มา : Lookonchain/X )
ระยะเวลาการถือครองของกระเป๋าวาฬ ETH รุ่นแรก ( ที่มา : Lookonchain/X )

ล่าสุด เจ้าของกระเป๋าเหล่านี้ได้ขาย ETH ออกไปแล้ว 33,623 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 52.5 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 1,560 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ส่งผลให้สามารถทำกำไรจริงได้ประมาณ 27.4 ล้านดอลลาร์

วาฬบางส่วนขาย แต่บางส่วนเร่งสะสม

แม้จะมีแรงขายจากกระเป๋าเก่า แต่ข้อมูลออนเชนก็แสดงให้เห็นว่านักลงทุนรายใหญ่บางกลุ่มยังคงเชื่อมั่นใน Ethereum

Lookonchain เปิดเผยว่า วาฬรายหนึ่งได้แลกเปลี่ยน Bitcoin จำนวน 464 BTC มูลค่าประมาณ 27.6 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Ether จำนวน 17,750 ETH ซึ่งสะท้อนถึงการโยกย้ายเงินทุนจาก Bitcoin เข้าสู่ Ethereum

ขณะเดียวกัน Chun Wang นักลงทุนรายใหญ่ในวงการคริปโต ได้ซื้อเพิ่มอีก 9,937 ETH และ Wrapped Bitcoin (WBTC) อีก 147 เหรียญ

ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา Wang ถอน ETH ออกจาก Binance แล้วเกือบ 87,000 ETH โดยมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 1,749 ดอลลาร์ต่อเหรียญ แสดงให้เห็นว่ายังคงมีผู้เล่นรายใหญ่ที่เลือกสะสม ETH แม้ตลาดจะอยู่ในช่วงขาลง

ฝั่งนักลงทุนสถาบันก็ยังมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน โดย BlackRock ได้โอน 41,996 ETH และ 4,577 BTC ไปยัง Coinbase Prime ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นการโอนเพื่อการดูแลสินทรัพย์หรือการบริหารพอร์ต มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการขายในตลาดทันที

วาฬ Ethereum เผชิญภาวะขาดทุนพร้อมกันครั้งแรกในรอบหลายปี

Darkfost นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant เปิดเผยว่า กลุ่มวาฬ Ethereum ที่ถือครองตั้งแต่ 1,000 ETH ไปจนถึงมากกว่า 100,000 ETH ขณะนี้ล้วนอยู่ในสถานะขาดทุนทางบัญชี

อัตราส่วนกำไรที่ยังไม่รับรู้ของวาฬ ETH ( ที่มา : X )
อัตราส่วนกำไรที่ยังไม่รับรู้ของวาฬ ETH ( ที่มา : X )

นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2019 ที่วาฬทุกกลุ่มหลักเผชิญสถานการณ์ดังกล่าวพร้อมกัน

นักวิเคราะห์ระบุว่า ในอดีต ช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นของวาฬถูกทดสอบจากราคาที่ปรับตัวลง มักเกิดขึ้นใกล้กับจุดต่ำสุดของรอบตลาดในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปี 2026 สะท้อนว่านักลงทุนรายใหญ่กำลังเผชิญแรงกดดันมากกว่ารอบก่อน แม้จะยังมีการเข้าซื้อจากบางกลุ่มก็ตาม

แนวรับ 1,500 ดอลลาร์ กลายเป็นจุดตัดสิน

Ether ร่วงลงแตะระดับ 1,510 ดอลลาร์ระหว่างการเทขายเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ยังสามารถยืนเหนือจุดต่ำสุดของปีได้ แม้ Bitcoin จะสร้างจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026 ไปแล้วก็ตาม

Ardi นักวิเคราะห์คริปโต มองว่าระดับ 1,500 ดอลลาร์ถือเป็นแนวรับระยะยาวที่สำคัญที่สุดของ Ethereum และหากราคาปิดรายวันต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจทำให้มุมมองเชิงบวกที่ตลาดสร้างมาตั้งแต่ช่วงตลาดขาลงปี 2022 เริ่มสั่นคลอน

ด้าน Jelle นักลงทุนคริปโตรายหนึ่งมีมุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าหาก ETH หลุดระดับ 1,500 ดอลลาร์อย่างชัดเจน ราคาอาจย้อนกลับเข้าสู่กรอบการเคลื่อนไหวเดิมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2023

ข้อมูลกราฟรายสัปดาห์ยังแสดงให้เห็นว่า ตลอดหลายครั้งที่ตลาดปรับฐานตั้งแต่กลางปี 2022 เป็นต้นมา ระดับ 1,500 ดอลลาร์สามารถทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญได้เสมอ จึงเป็นโซนที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด

กราฟ Ether/USD รายสัปดาห์ ( ที่มา : Ardi/X )
กราฟ Ether/USD รายสัปดาห์ ( ที่มา : Ardi/X )

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อว่าการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

Cyclops นักวิเคราะห์คริปโตอีกคนประเมินว่า หากแรงขายยังดำเนินต่อ ETH อาจปรับฐานลงสู่โซน 1,070–1,370 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่สะสมของแรงซื้อ ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2023

หากราคาหลุดลงถึงบริเวณดังกล่าว จะทำให้ Ethereum หลุดเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ดำเนินมานานหลายปี ซึ่งอาจส่งผลให้การฟื้นตัวของตลาดล่าช้าออกไป และยืนยันภาพแนวโน้มขาลงในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Bitcoin ปิดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2024 ท่ามกลางหุ้นเทคเข้าสู่ภาวะตลาดขาลง
วาฬ Ethereum เริ่มเคลื่อนไหว! กระเป๋าเก่า 8 ปีโอนกว่า 37,800 ETH ขณะที่แนวรับ $1,500 ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
Tether แซง Ether ขึ้นเป็นคริปโตอันดับ 2 ตามมูลค่าตลาด หลัง ETH ร่วงแตะ 1,500 ดอลลาร์
Bitcoin ETF เผชิญแรงขายหนักที่สุดของเดือนมิถุนายน หลัง Bitcoin หลุด 60,000 ดอลลาร์