CoinShares ชี้! มีเพียงราว 10,000 Bitcoin เท่านั้นที่เสี่ยงต่อการถูกเจาะด้วยควอนตัมคอมพิวเตอร์ และแทบไม่คุ้มค่าที่จะถูกโจมตี
CoinShares ชี้! มีเพียง 10,230 BTC จากทั้งหมดกว่า 1.63 ล้าน BTC ที่อยู่ในกระเป๋าที่มีความเสี่ยงถูกควอนตัมคอมพิวเตอร์โจมตี ซึ่งแต่ละกระเป๋าอาจต้องใช้เวลานานนับพันปีกว่าจะสามารถเจาะได้

CoinShares ชี้! มีเพียง 10,230 BTC จากทั้งหมดกว่า 1.63 ล้าน BTC ที่อยู่ในกระเป๋าที่มีความเสี่ยงถูกควอนตัมคอมพิวเตอร์โจมตี ซึ่งแต่ละกระเป๋าอาจต้องใช้เวลานานนับพันปีกว่าจะสามารถเจาะได้
นักวิจัยของ CoinShares ยืนยันว่า ความกังวลที่ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะทำลายความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin ถูกพูดถึงกัน “เกินจริง” ไปมาก โดยมีเหรียญเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในกระเป๋าซึ่งสามารถถูกโจมตีได้
Christopher Bendiksen หัวหน้าฝ่ายวิจัย Bitcoin ของ CoinShares ระบุในโพสต์เมื่อวันศุกร์ว่า ปัจจุบันมีเพียง 10,230 Bitcoin เท่านั้นที่ถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าที่ใช้ Public Keys ซึ่งอาจถูกถอดรหัสได้โดยควอนตัมคอมพิวเตอร์ ขณะที่ Bitcoin อีกกว่า 1.63 ล้าน BTC ยังอยู่ในกระเป๋าที่มีระบบป้องกันขั้นสูงและไม่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี
จากจำนวนดังกล่าว ราว 7,000 Bitcoin อยู่ในกระเป๋าที่ถือครองระหว่าง 100–1,000 BTC และอีก 3,230 Bitcoin อยู่ในกระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–10,000 BTC ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 719 ล้านดอลลาร์ Bendiksen ระบุว่าปริมาณดังกล่าว “ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับการซื้อขายจำนวนมากในตลาด”
ส่วน Bitcoin ที่เหลืออีกกว่า 1.62 ล้านเหรียญ กระจายอยู่ในกระเป๋าที่ถือไม่ถึง 100 BTC ซึ่ง Bendiksen อธิบายว่า การเจาะแต่ละกระเป๋าอาจต้องใช้เวลานาน “กว่าพันปี”
นักวิจัยของ CoinShares อธิบายว่า ความเสี่ยงทางทฤษฎีเหล่านี้มาจาก Shor’s algorithm ซึ่งสามารถทำลายลายเซ็นดิจิทัลแบบ Elliptic-curve ได้ และ Grover’s algorithm ที่สามารถลดความปลอดภัยของการแฮชแบบ SHA-256 แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยืนยันว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจำนวนเหรียญสูงสุดของระบบ Bitcoin ที่ 21 ล้านเหรียญ หรือทำลายระบบ proof-of-work ได้
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาประเด็นเรื่องควอนตัมกลายเป็นหนึ่งในกระแส FUD ที่เกิดขึ้นในวงการคริปโต โดยชาวเน็ตบางรายเตือนว่าหากระบบเข้ารหัสถูกเจาะได้ เครือข่าย Bitcoin ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ อาจตกอยู่ในความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม Bendiksen เห็นว่าเรื่องนี้ยังห่างไกลจากความเป็นจริง โดยชี้ว่าการเจาะระบบของ Bitcoin ต้องใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มี qubit ที่เสถียรนับล้านหน่วย ซึ่งยังห่างไกลจาก 105 qubits ของเครื่อง Willow ที่พัฒนาโดย Google
“แม้แต่ความก้าวหน้าล่าสุดของ Google และบริษัทอื่น ๆ จะถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ แต่ก็ยังห่างไกลจากระดับที่สามารถโจมตีระบบของ Bitcoin ได้จริง” เขากล่าว
ชุมชน Bitcoin เสียงแตก
ประเด็นนี้ยังแบ่งความคิดเห็นในหมู่ชุมชน Bitcoin บางฝ่าย เช่น Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy และ Adam Back CEO ของ Blockstream เห็นว่าภัยจากควอนตัมยังไม่ใช่ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขและจะไม่กระทบเครือข่ายในอีกหลายสิบปี
ขณะที่นักลงทุนอย่าง Charles Edwards ผู้ก่อตั้ง Capriole Investments มองว่าควอนตัมเป็น “ภัยคุกคามที่อาจสั่นคลอนเครือข่ายในอนาคต” และเรียกร้องให้มีการอัปเกรดระบบเพื่อรองรับความปลอดภัยที่สูงขึ้น
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า หาก Bitcoin สามารถแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ “ราคาของ BTC อาจปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนจะกลับมามั่นใจในความปลอดภัยของเครือข่ายอีกครั้ง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








