ข่าวต่างประเทศ

รายงานจาก BIS ชี้! 'DeFi' สามารถช่วยพัฒนาให้ระบบ 'CBDC' ปลอดภัยมากขึ้น

BIS เผย! โครงการ CBDC ควรนำเทคโนโลยีเบื้องหลังระบบ DeFi เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาด้านความปลอดภัย

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เผย! โครงการ CBDC ควรนำเทคโนโลยีเบื้องหลังระบบ DeFi เข้ามาใช้เพื่อพัฒนาด้านความปลอดภัย

รายงานล่าสุดของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่าการนำระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ หรือ decentralized finance (DeFi) เข้ามาใช้งานจะช่วยให้ธนาคารกลางได้รับข้อมูลเชิงลึกในด้านความปลอดภัย เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC)ได้ในอนาคต

DeFi ช่วยพัฒนา CBDC?

BIS เผยว่า ถึงแม้ปัจจุบันได้มีบางประเทศที่เปิดตัวการใช้งาน CBDC ไปบ้างแล้ว และในขณะนี้ก็ยังไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยหรือถูกโจมตี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสนั้นเกิดขึ้น

ซึ่งในขณะนี้ ได้มีหลายโครงการที่กำลังพัฒนา CBDC ขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับ DeFi เพื่อพยายามค้นหาช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในระบบ

CBDC นั้นค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับระบบการชำระเงินอื่น ๆ จึงไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าภัยคุกคามของระบบนี้จะมาในรูปแบบใด
....ถึงแม้ว่าในภายนอก DeFi จะไม่มีความคล้ายคลึงกับ CBDC เลยก็ตาม แต่ระบบ CBDC สำหรับธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันบางระบบก็ใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน เช่น DLT, Smart Contracts, Tokens, Digital Identities และ Immutable Data เป็นต้น

รายงานของ BIS

BIS เน้นย้ำว่าธนาคารกลางต้องมีบทบาทสำคัญในการปกป้อง CBDC โดยจำเป็นต้องต้องเรียนรู้จากบริบทต่างๆ เพื่อพัฒนาการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

แท็ก:
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง