กองทุนคริปโตเผชิญเงินไหลออก 1.7 พันล้านดอลลาร์ หนักสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2025
กองทุนคริปโตกลับมาถูกเทขายอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin และ Ether นำการไหลออก หลังนักลงทุนขาดความมั่นใจในตลาด แม้บางเหรียญอย่าง Solana และ Chainlink จะยังคงมีเงินไหลเข้าก็ตาม

กองทุนคริปโตกลับมาถูกเทขายอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin และ Ether นำการไหลออก หลังนักลงทุนขาดความมั่นใจในตลาด แม้บางเหรียญอย่าง Solana และ Chainlink จะยังคงมีเงินไหลเข้าก็ตาม
ตลาดการลงทุนคริปโตกลับมาซบเซาอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเพิ่งมีเงินไหลเข้าสูงในสัปดาห์ก่อนหน้า โดย CoinShares รายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโต มีเงินไหลออกสุทธิถึง 1.73 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ กลางเดือนพฤศจิกายน 2025
James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดการขายคือ
“ความคาดหวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง แนวโน้มราคาที่อ่อนแรง และความผิดหวังที่สินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อได้ตามที่หลายคนคาดหวัง”
CoinShares ระบุเพิ่มเติมว่า สัปดาห์ก่อนหน้าที่ตลาดมีกระแสเงินไหลเข้าสูงถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ถึงภาวะการซื้อขายแบบ “แกว่งตัวอยู่ในกรอบ” ของตลาดคริปโตในช่วงนี้ ซึ่งยังขาดแรงขับเคลื่อนใหม่อย่างชัดเจน
Bitcoin และ Ether นำการไหลออก
การไหลออกส่วนใหญ่เกิดจาก Bitcoin และ Ether ซึ่งร่วมกันมีเงินไหลออกกว่า 1.72 พันล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเป็น Bitcoin ราว 1.09 พันล้านดอลลาร์ และ Ether อีก 630 ล้านดอลลาร์
แม้โดยรวมตลาดจะมีแรงขายมาก แต่ บางเหรียญกลับสวนทาง เช่น Solana (SOL) ที่มีเงินไหลเข้า 17.1 ล้านดอลลาร์ และ Chainlink (LINK) มีเงินไหลเข้า 3.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ XRP และ Sui ยังคงเผชิญแรงขาย โดยมีเงินไหลออก 18.2 ล้านดอลลาร์ และ 6 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
เป็นที่น่าสังเกตว่า กองทุน Short-Bitcoin ETPs ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรจากการร่วงของราคา Bitcoin ยังมีเงินไหลเข้าเล็กน้อย ราว 500,000 ดอลลาร์ ซึ่งแม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็สะท้อนว่าความเชื่อมั่นในตลาดยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ตั้งแต่เหตุการณ์ตลาดร่วงหนักเมื่อ 10 ตุลาคม 2025
BlackRock Fidelity Grayscale นำการไหลออก
CoinShares เปิดเผยว่า ผู้ออกกองทุนหลายรายกำลังเผชิญการไหลออก โดย BlackRock’s iShares ETF เป็นผู้นำในการขาดทุนด้วยเงินไหลออกกว่า 951 ล้านดอลลาร์
ตามมาด้วย Fidelity Investments ที่ 469 ล้านดอลลาร์ Grayscale Investments ที่ 270 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้ออกกองทุนบางรายกลับสามารถดึงดูดเงินไหลเข้าได้ เช่น Volatility Shares ที่มีเงินไหลเข้า 83 ล้านดอลลาร์ และ ProFunds Group มีเงินไหลเข้า 37 ล้านดอลลาร์
ในด้านภูมิภาค พบว่า สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีการไหลออกสูงสุด โดยมีมูลค่ารวมกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากองทุนในตลาดหลักยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังต่อสินทรัพย์ดิจิทัล
มูลค่ากองทุนคริปโตลดลงสู่ 1.78 แสนล้านดอลลาร์
หลังจากเงินทุนไหลออกครั้งใหญ่ มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร ของกองทุนคริปโตทั่วโลกลดลงเหลือเพียง 1.78 แสนล้านดอลลาร์ จาก 1.93 แสนล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการลดลงราว 8% ภายในเวลาเพียง 7 วัน
นักวิเคราะห์มองว่าตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2026 ยังอยู่ในการพักฐาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศพันธมิตร ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
การไหลออกกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียวสะท้อนว่าความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัลยังไม่กลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แม้บางเหรียญอย่าง Solana และ Chainlink จะยังคงได้รับแรงซื้อ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังต่อความผันผวนของตลาด ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเสี่ยงและแนวโน้มของตลาดการเงินที่ไม่แน่นอน
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








