Mining

ชี้โลกร้อนเพราะจีนแบนนักขุดเหมืองคริปโต

Qpyziffh78i.jpg

งานวิจัยเผย การที่จีนแบนนักขุดเหมืองคริปโตเป็นตัวการสำคัญให้เกิดภาวะโลกร้อน

สืบเนื่องจากการทลายแหล่งขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่ในประเทศจีน ตอนนี้นักวิจัยเริ่มพบแล้วว่า การที่นักขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่ได้แห่ออกจากประเทศจีนนั้น มีส่วนทำให้มีก๊าซคาร์บอนที่มาจากการขุดเหมืองบิทคอยน์เพิ่มมากขึ้น

เผยงานวิจัย จีนแบนนักขุดเหมืองคริปโตเป็นต้นเหตุให้เกิดโลกร้อน

ย้อนกลับในช่วงปี 2017 ประเทศจีนได้เดินหน้าแบนทุกอย่างอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องของคริปโต สำหรับรัฐบาลจีนแล้วมองว่า การขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่ถือเป็นกระบวนการทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับประเทศจีนหากใครก็ตามที่ได้ทำการขุดเหมืองคริปโต สอดคล้องกับงานวิจัยที่ได้มีการระบุว่า การใช้พลังงานทดแทนจากการขุดเหมืองคริปโตนั้น ลดน้อยลงจาก 42 % ลงมาเหลือที่ 25 % ในช่วงเดือนสิงหาคมของปีที่ผ่านมา

4pljbcyizye 1 1024x682.jpg

มีการประเมินว่า การขุดเหมืองบิทคอยน์มีการผลิตก๊าซคาร์บอนมากถึง 65 เมกะตอนด้วยกัน ตัวอย่างเช่นในประเทศกรีกนั้น ได้มีการขุดเหมืองคริปโตและมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนขึ้นสู่อากาศมากเกินไป

การขุดเหมืองคริปโตทำให้โลกเป็นสีเขียวน้อยลง

เรื่องนี้ทางด้าน Alex de Vires ผู้ทำวิจัยได้บอกกับทางสำนักข่าว BBC เอาไว้ว่า ตอนนี้โครงข่ายการขุดเหมืองคริปโตทำให้โลกกลายเป็นสีเขียวน้อยลง และเขายังกล่าวเรื่องนี้กับทางสำนักข่าว Bloomberg เอาไว้ว่า การที่บริษัทขุดเหมืองคริปโตหลายแห่งได้ถอนทัพออกจากประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศคาซัคสถานนั้น ทำให้มีการใช้พลังงานทดแทนน้อยลง ซึ่งการขุดเหมืองบิทคอยน์ทำให้บริเวณนั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงและเพิ่มคาร์บอนประมาณ 17 %

โดยประเทศสหรัฐอเมริกานั้น เผชิญกับการใช้พลังงานในรูปแบบของเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทำให้มีการใช้พลังงานทดแทนในสัดส่วนที่น้อยลง และในช่วงที่ผ่านมาประเทศคาซัคสถานเจอกับการใช้พลังงานไฟฟ้ามากความจำเป็น จนต้องมีการใช้ถ่านหินชนิดแข็งเข้ามาพยุงพลังงานไฟฟ้า

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

รายงาน ก.ล.ต. สรุปภาพรวมบัญชีซื้อขายที่ Active ในช่วงต้นเดือน 'เมษายน' ปี 2567
พบผู้ถือ Memecoin เกินกว่าครึ่ง ไม่ได้รับผลกระทบ จากการปรับตัวของตลาด
ซีอีโอ Crypto.com ชี้! Bitcoin กำลังอยู่ในจุดเริ่มต้น ของการเข้าสู่ช่วงขาขึ้น
 วาฬหน้าใหม่ ครอบครอง Bitcoin รวมกันไปแล้วถึง 1.8 ล้าน BTC