Bitcoin ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ขณะที่ช่องว่างกับตลาดหุ้นสหรัฐยิ่งขยายตัว
Santiment ชี้ความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและคริปโตเริ่มชัดเจนจนยากจะมองข้าม หลัง Bitcoin ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน สวนทางดัชนีหุ้นสหรัฐที่ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่

Santiment ชี้ความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและคริปโตเริ่มชัดเจนจนยากจะมองข้าม หลัง Bitcoin ร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน สวนทางดัชนีหุ้นสหรัฐที่ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่
Bitcoin ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองเดือน ท่ามกลางภาวะที่ตลาดคริปโตยังคงเคลื่อนไหวสวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งยังคงสร้างสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก TradingView ระบุว่า Bitcoin ร่วงลงแตะระดับ 70,023 ดอลลาร์บน Coinbase ในช่วงเช้าวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 4% ภายในวันเดียว และลดลงกว่า 8% ในรอบสัปดาห์
นอกจากนี้ Bitcoin ยังร่วงลงแล้วประมาณ 44% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมที่ระดับ 126,000 ดอลลาร์ สะท้อนแรงกดดันที่ยังคงมีต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง โดยดัชนี S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 7,600 จุดเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งรวมบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ พุ่งขึ้นเหนือระดับ 27,000 จุดเป็นครั้งแรก
นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
Andri Fauzan Adziima หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Bitrue Research Institute กล่าวว่า นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์หลักเพียงไม่กี่ประเภทที่ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
เขามองว่าพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Bitcoin กำลังถูกซื้อขายในลักษณะของสินทรัพย์เสี่ยงที่มีความผันผวนสูง และได้รับอิทธิพลจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้น แทนที่จะถูกมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระจากตลาดการเงินแบบดั้งเดิม
“ช่องว่างนี้สะท้อนถึงความอ่อนแอในปัจจุบัน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็อาจเปิดโอกาสให้ Bitcoin กลับมาสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดได้เมื่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ผมมองว่านี่เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งของรอบตลาด ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงถาวร” เขากล่าว
Santiment เตือนนักลงทุนกำลังเทใจให้หุ้นมากกว่าคริปโต
ด้านแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาด Santiment ระบุว่า ความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและตลาดคริปโตในช่วงนี้ชัดเจนมากจนกลายเป็นประเด็นที่นักลงทุนไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
บริษัทระบุว่า ผลตอบแทนที่โดดเด่นของตลาดหุ้นเมื่อเทียบกับคริปโตกำลังผลักดันให้นักลงทุนจำนวนมากโยกเงินทุนออกจาก Bitcoin และ Altcoin เพื่อเข้าสู่ตลาดหุ้น
Santiment อธิบายว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวสามารถกลายเป็นวงจรที่เสริมแรงตัวเองได้ เนื่องจากเมื่อนักลงทุนเห็นว่าหุ้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าและมีความผันผวนน้อยกว่า เงินทุนก็มีแนวโน้มไหลออกจากคริปโตอย่างต่อเนื่อง
“เมื่อนักลงทุนมองว่าหุ้นให้ผลตอบแทนดีกว่าในขณะที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เม็ดเงินมักจะไหลออกจากคริปโตและเข้าสู่ตลาดหุ้น” Santiment ระบุ
ภาวะ FOMO หุ้น อาจเป็นสัญญาณสวนทางตลาด
แม้จะยอมรับว่าตลาดหุ้นกำลังได้รับความนิยมมากกว่าในขณะนี้ แต่ Santiment มองว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจไม่คงอยู่ตลอดไป
บริษัทชี้ว่า ในอดีตเมื่อผู้มีอิทธิพลในวงการการเงินและนักลงทุนกระแสหลักเริ่มพูดถึงความเหนือกว่าของตลาดหุ้นเหนือคริปโต มักเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเอนเอียงไปในทิศทางเดียวมากเกินไป
Santiment ระบุว่า ภาวะ “FOMO ในตลาดหุ้น” และ “FUD ในตลาดคริปโต” ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจเป็นสัญญาณเตือนว่านักลงทุนส่วนใหญ่กำลังมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันมากเกินไป ซึ่งในอดีตตลาดมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่
Bitcoin เข้าใกล้แนวรับสำคัญระยะยาว
ในเชิงเทคนิค Bitcoin กำลังเข้าใกล้หนึ่งในระดับราคาที่นักลงทุนจับตามองมากที่สุด นั่นคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200-week EMA) ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณ 69,000 ดอลลาร์
ระดับดังกล่าวถือเป็นแนวรับสำคัญในวัฏจักรตลาดหลายครั้งที่ผ่านมา และมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มระยะยาวของ Bitcoin
หากราคาสามารถรักษาระดับเหนือเส้นดังกล่าวได้ อาจช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว แต่หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว ความกังวลเกี่ยวกับการเข้าสู่ช่วงขาลงที่ยาวนานขึ้นอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
ท่ามกลางตลาดหุ้นที่ยังคงเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ Bitcoin ยังคงอ่อนแรงและเผชิญแรงขายต่อเนื่อง ความแตกต่างระหว่างสองตลาดกำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








