Bitcoin เริ่มฟื้นตัว แต่แนวต้าน 78,000 ดอลลาร์ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญ
Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ข้อมูลบนบล็อกเชนชี้ว่า 43% ของผู้ถือยังขาดทุน ขณะที่นักลงทุนในตลาดอนุพันธ์ปรับลดความเสี่ยงลง ทำให้ระดับ 76,000–78,000 ดอลลาร์กลายเป็นแนวต้านสำคัญของรอบนี้

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากจุดต่ำสุดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ข้อมูลบนบล็อกเชนชี้ว่า 43% ของผู้ถือยังขาดทุน ขณะที่นักลงทุนในตลาดอนุพันธ์ปรับลดความเสี่ยงลง ทำให้ระดับ 76,000–78,000 ดอลลาร์กลายเป็นแนวต้านสำคัญของรอบนี้
ราคาของ Bitcoin ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดราว 60,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นแล้วประมาณ 22% และเปิดโอกาสให้ตลาดขึ้นไปทดสอบระดับ 78,700 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาปิดรายเดือนในเดือนมกราคม
ถึงแม้ราคาจะฟื้นตัว แต่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์และข้อมูลบนบล็อกเชนยังสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังไม่กลับมา
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือความต้องการเปิด Put Option หรือสัญญาออปชันที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลงยังคงสูง โดย Put Options ซื้อขายในราคาพรีเมียมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ Call Options ราว 10% ในขณะที่ภาวะตลาดปกติจะอยู่ในช่วงประมาณ -6% ถึง 6%
ขณะเดียวกัน ค่า Basis Rate ของ Bitcoin Futures ซึ่งสะท้อนความต้องการเก็งกำไรฝั่งขาขึ้น ยังคงต่ำกว่าระดับสมดุลที่ประมาณ 5% แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมืออาชีพยังไม่รีบเปิดสถานะฝั่งซื้อ
ความระมัดระวังดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากข้อมูลของ Glassnode ที่ระบุว่า ปัจจุบันประมาณ 43% ของเหรียญ Bitcoin ทั้งหมด ถูกถืออยู่ในสถานะขาดทุน โดยสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากราว 30% เมื่อราคาเคยอยู่แถวระดับ 90,000 ดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนมกราคม
สถานการณ์นี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าผู้ถือที่ยังขาดทุนอาจทยอยขายเมื่อราคาเริ่มกลับมาฟื้นตัว เพื่อออกจากตลาดที่จุดคุ้มทุน ส่งผลให้เกิดแรงขายกดดันตลาด
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตาคือแรงกดดันในภาค การขุด Bitcoin ซึ่งกำลังเผชิญต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากความต้องการไฟฟ้าของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดัชนี Bitcoin Hashprice ซึ่งวัดรายได้ต่อกำลังประมวลผลของนักขุด ลดลงเหลือประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อเทราแฮชต่อวินาที จากประมาณ 39 ดอลลาร์ เมื่อสามเดือนก่อน ทำให้กำไรของนักขุดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบดังกล่าวทำให้บริษัทขุดหลายแห่งเริ่มหันไปลงทุนในธุรกิจคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับงานด้าน AI พร้อมกับขาย Bitcoin ที่ถืออยู่บางส่วนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
ในด้านโครงสร้างของตลาด Bitcoin ระดับ 76,000 ดอลลาร์ ยังถือเป็นแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่สำคัญ เนื่องจากเป็นต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทอย่าง Strategy ซึ่งถือ Bitcoin มากกว่า 720,000 BTC
บริษัทมหาชนอื่น ๆ ที่ถือ Bitcoin ในงบดุล เช่น Metaplanet และ Twenty One Capital ก็เผชิญแรงกดดันในลักษณะเดียวกัน
นักวิเคราะห์มองว่า หากราคากลับขึ้นไปเหนือระดับต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทเหล่านี้ จะเปิดโอกาสให้มีการระดมทุนผ่านการออกหุ้นใหม่โดยไม่กระทบผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนบางรายพยายามกดราคาให้อยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว
ดังนั้น แม้แนวโน้มของ Bitcoin จะเริ่มฟื้นตัว แต่การทะลุระดับ 76,000–78,000 ดอลลาร์ ยังคงเป็นด่านสำคัญที่ต้องผ่านไปให้ได้ก่อนที่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่จะได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








