Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $88,000 หลังถูกเทขายหนัก เงินไหลออกว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์ภายใน 48 ชั่วโมง
Bitcoin ดิ่งแรงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง พร้อมมูลค่าตลาดที่ไหลออกกว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์มองสาเหตุจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น

Bitcoin ดิ่งแรงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง พร้อมมูลค่าตลาดที่ไหลออกกว่า 2.25 แสนล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์มองสาเหตุจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น
ราคาของ Bitcoin ลดลงแตะ $87,790 บนกระดานเทรด Coinbase ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยในช่วง 48 ชั่วโมง มีการล้างพอร์ต (Liquidation) ภายในตลาด Futures รวมกว่า $1.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเป็นสถานะ Long กว่า 93% ตามข้อมูลจาก Coinglass
การร่วงครั้งนี้ทำให้ Bitcoin สูญเสียกำไรทั้งหมดที่สะสมมาตั้งแต่เปิดปี 2026 และลดลงประมาณ 10% จากจุดสูงสุดของปีที่ประมาณ $98,000 เมื่อต้นเดือน นอกจากนี้ ราคายังหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 50-day EMA ซึ่งเคยเป็นแนวรับสำคัญในรอบการปรับฐานก่อนหน้า
ตลาดคริปโตโดยรวมสูญเสียมูลค่ากว่า $2.25 แสนล้านดอลลาร์ เหลือมูลค่าตลาดรวมราว $3.08 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นการลดลงแรงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2025
ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นสั่นสะเทือน จุดชนวนแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง
แม้นักลงทุนจำนวนมากจะโยงแรงเทขายล่าสุดกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลัง ประธานาธิบดี Donald Trump กลับมาขู่เก็บภาษีนำเข้าอีกครั้ง แต่สาเหตุอาจไม่ได้มีแค่นั้น
Dan Tapiero ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ 50T Funds ระบุว่า การร่วงหนักของตลาดคริปโตเกิดจาก “ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น” ที่กำลังส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก
“ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นกำลังพัง และความเสียหายนั้นกำลังลามเข้าสู่ทุกตลาดในตอนนี้” Tapiero กล่าว พร้อมคาดว่าทองคำจะได้รับประโยชน์จากเหตุดังกล่าว โดยราคาทองคำพุ่งแตะ $4,835 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ Bitcoin อาจฟื้นตัวตามในภายหลัง
Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันว่า “ตลาดกำลังปรับฐานเพราะพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปีเกิดความผันผวนมากกว่าปกติถึง 6 เท่า ภายในระยะเวลาเพียงสองวัน” พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์นี้ “ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง Greenland” ตามที่บางฝ่ายคาดเดา
รายงานจาก Reuters ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งขึ้น 19 จุด ภายในสองวัน ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีทำสถิติพุ่งแรงสุดนับตั้งแต่ปี 2003 เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องการใช้จ่ายภาครัฐและสภาพคล่องในตลาด
สัญญาณ “สงครามเงินทุน” เริ่มก่อตัว
Jeff Ko หัวหน้าฝ่ายนักวิเคราะห์ของ CoinEx Research กล่าวกับ Cointelegraph ว่า การดีดตัวของผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นเกิดจากความไม่แน่นอนทางการคลังและความผันผวนทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งฉุกเฉินภายในประเทศ
“สิ่งนี้อาจเร่งให้เกิดการปิดสถานะ Carry trade ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องทั่วโลกลดลง” เขาอธิบาย พร้อมเสริมว่า “นอกจากสงครามการค้าแล้ว ตอนนี้เรากำลังเห็นสัญญาณของสงครามเงินทุนที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง”
เขากล่าวต่อว่า กระแสเงินทุนกำลังไหลออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ เนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น
“Bitcoin กำลังติดอยู่ระหว่างสองโลก มันมีคุณสมบัติของสินทรัพย์ปลอดภัยแบบทองคำ แต่ในภาวะที่สภาพคล่องลดลง มันกลับถูกขายทิ้งก่อนเป็นอย่างแรก”
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การร่วงของ Bitcoin ครั้งนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดต่อปัจจัยด้านสภาพคล่องโลก และอาจยังไม่ใช่ “จุดต่ำสุด” ของรอบนี้ หากแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรและเศรษฐกิจโลกยังไม่คลี่คลาย
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








