ข่าว Bitcoin

Bitcoin กำลังเคลื่อนไปสู่ “มือที่แข็งแกร่ง” เนื่องจากเหล่านักลงทุนรายย่อยมีกำลังที่เพิ่มขึ้น

Qkspdy9xuzs.jpg

สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของตลาดอย่าง Bitcoin (BTC) นั้นแทบจะไม่เคลื่อนที่ไปไหนไกลมานานกว่าสองเดือนแล้ว แต่นั้นก็ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของเหล่านักลงทุนรายย่อยว่าพวกเขานั้น Hodl เอาไว้สุดกำลังแค่ไหน

สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 ของตลาดอย่าง Bitcoin (BTC) นั้นกำลังตกอยู่ในสถานะ “แกว่ง” มานานกว่าสองเดือนแล้ว โดยเราสามารถพิจารณาได้จากสภาวะ Stagnation หรืออัตราความเจริญเติบโตที่อยู่ในสภาวะไม่น่าพึงพอใจในช่วงระดับราคา 30K ถึง 40K ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสถานการณ์นี้นั้นเกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการด้วยกัน นั่นก็คือ

  1. ความผันผวนที่ลดต่ำลง
  2. การปราบปรามการขุด Crypto ที่รุนแรงโดยทางการจีน

นอกจากนี้การต่อสู้ระหว่าง “ผู้ถือครองระยะยาว” และ “ผู้ถือครองระยะสั้น” ก็มีส่วนที่ทำให้สกุลเงินดิจิทัลเบอร์ 1 นั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ในขณะที่ผู้ถือ BTC ระยะยาวยังคงแห่สะสมเหรียญ เหล่านักลงทุนระยะสั้นก็ต่างเทขายต่อไปเรื่อย ๆ นั่นจึงส่งผลให้มูลค่าของสินทรัพย์เกิดทางตันนั่นเอง

Bitcoin Hodlers กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คริปโตอย่าง Will Clemente เชื่อว่า BTC กำลังเคลื่อนไปสู่มือที่แข็งแกร่ง เนื่องจาก Supply Shock หรือต้นทุนต่อเหรียญนั้นเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 50K - 60K ดอลลาร์

*Strong Hands หรือมือที่แข็งแกร่ง เป็นคำศัพท์ที่สามารถอ้างถึงเหล่านักลุงทุนที่ถือครองสินทรัพย์ไปเรื่อย ๆ แม้จะประสบสภาวะขาดทุนก็ตาม เนื่องจากพวกเขามองเห็นคุณประโยชน์ของสินทรัพย์นั้น ๆ ในอนาคตมากกว่าแค่การเก็งกำไร*

นอกจากนี้ตามที่นักวิเคราะห์ Crypto อย่าง Willy Woo ก็มองไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า

“บิทคอยน์นั้นยังคงมีแนวโน้มการกระจายกันอย่างเท่าเทียมมาตลอด 12 ปี โดย ณ ตอนนี้เหล่าผู้ถือรายย่อยกำลังมีกำลังที่เพิ่มขึ้น”

เราไม่สามารถมองข้ามนักลงทุน Bitcoin รายย่อยได้อีกต่อไป

จากข้อมูลข้างบนทำให้เราสรุปได้ว่า เรานั้นไม่สามารถมองข้ามเหล่า Hodler รายย่อยได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากพวกเขาได้ขาย BTC รวมกว่า 428,749 BTC ในเดือนพฤษภาคม และซึ่งการถือครองของรายย่อยก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บิทคอยน์พุ่งขึ้นจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 64.8K ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนเมษายน นั่นเอง

นอกจากนี้การที่ถูกเหล่านักลงทุนรายย่อยเทขาย ได้ทำให้ในวันที่ 19 พฤษภาคม BTC มูลค่าลดลง 30% ในวันเดียว ทำให้ต่ำกว่าตัวบ่งชี้ MA 200 วัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว และท้ายที่สุด นั้นทำให้ผลกำไรของ BTC ในมือเหล่า Hodlers ทั้งหลายลดลงไป 43% จากระดับสูงสุดตลอดกาล (ATH) ในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้หลายต่อหลายคนยิ่งถือครองกันอย่างหนักแน่นขึ้น และเกิดความผันผวนต่ำในตลาดนั่นเอง โดยตัวเลข ณ ปัจจุบัน ระบุว่า ปริมาณการซื้อขาย Crypto ในการแลกเปลี่ยนลดลงมากกว่า 40% ในเดือนมิถุนายน เลยทีเดียว

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Ether หลุด 2,000 ดอลลาร์ ความเชื่อมั่นนักลงทุนถูกทดสอบหนัก ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องจากรายย่อย
นักเทรดรุ่นเก๋าเตือน “แรงขายจากสถาบัน” อาจฉุดราคา Bitcoin ต่ำกว่า 64,000 ดอลลาร์
USDT ของ Tether พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ 187,000 ล้านดอลลาร์ แม้ตลาดคริปโตซบเซา
รัฐบาลภูฏานเทขาย Bitcoin ครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ มูลค่า 22 ล้านดอลลาร์