Bitcoin ปิดต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2024 ท่ามกลางหุ้นเทคเข้าสู่ภาวะตลาดขาลง
Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันหลังมีราคาปิดรายวันต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ ขณะที่แรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฉุดบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดจับตาแนวรับสำคัญที่อาจกลายมาเป็นแนวต้าน

Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันหลังมีราคาปิดรายวันต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ ขณะที่แรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฉุดบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ตลาดจับตาแนวรับสำคัญที่อาจกลายมาเป็นแนวต้าน
Bitcoin (BTC) ยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก โดยราคาปิดรายวันล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่ Bitcoin ปิดต่ำกว่าระดับ $60,000 นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงยังได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งเผชิญแรงขายอย่างหนักอีกครั้ง โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลงกว่า 8% จนต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker เพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐยังสามารถประคองตัวได้ โดยดัชนี S&P 500 และ Dow Jones ยังซื้อขายในแดนบวก
อีกหนึ่งประเด็นที่นักลงทุนจับตาคือการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยี แม้ว่าก่อนหน้านี้ Micron Technologies จะรายงานผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด แต่ภาพรวมของหุ้นเทคยังอยู่ในช่วงปรับฐานรุนแรง
The Kobeissi Letter ระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากอาจยังไม่ตระหนักว่าหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งได้เข้าสู่ "ภาวะตลาดขาลง" อย่างเต็มตัวแล้ว โดยหลายบริษัทปรับตัวลดลงมากกว่า 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาล ขณะที่หุ้นของ Coinbase ร่วงลงถึงประมาณ 69% จากจุดสูงสุด
ด้านบริษัทวิเคราะห์การลงทุน QCP Capital มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ยังคงกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงคือภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐ หลังดัชนี Core Personal Consumption Expenditures (Core PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่กลางปี 2023
QCP ระบุว่า Core PCE ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3.30% ขณะที่ Headline PCE อยู่ที่ 3.82% ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายของ Fed อีกทั้ง Fed ยังปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2026 จาก 2.7% เป็น 3.6% สะท้อนว่าการควบคุมเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญเหนือการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในด้านการวิเคราะห์ทางเทคนิค นักวิเคราะห์ Michaël Van de Poppe มองว่าช่วงเวลานี้เป็นจุดสำคัญสำหรับ Bitcoin เนื่องจากตรงกับช่วงหมดอายุของสัญญา Options รายไตรมาส รวมถึงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของ Strategy บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก และผลิตภัณฑ์ระดมทุน Bitcoin ของบริษัทอย่าง Stretch (STRC)
Van de Poppe ระบุว่า การที่ STRC ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Bitcoin ไม่สามารถผ่านระดับ 60,000 ดอลลาร์ได้ ถือเป็นสัญญาณที่ไม่แข็งแกร่งนัก อย่างไรก็ตาม กราฟรายวันเริ่มแสดงสัญญาณ Bullish Divergence แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์
นักวิเคราะห์กล่าวเพิ่มเติมว่า หาก Bitcoin สามารถฟื้นตัวและกลับขึ้นไปปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันอยู่บริเวณ 62,243 ดอลลาร์ได้ ก็อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยพลิกแนวโน้มระยะกลางกลับมาได้อีกครั้ง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








