ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

Strategy เผชิญแรงกดดันหลัง Bitcoin ร่วงกว่า 40% นับตั้งแต่เปิดตัว STRC

Strategy เผชิญแรงกดดันหลัง Bitcoin ร่วงกว่า 40% นับตั้งแต่เปิดตัว STRC

ราคาหุ้น STRC ที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง กำลังจุดกระแสความคิดเห็นต่อโมเดลระดมทุนของ Strategy ส่งผลให้การเข้าซื้อ Bitcoin ชะลอตัวลง และทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่า “การสะสม Bitcoin” ของ Michael Saylor จะยังคงดำเนินต่อไปได้หรือไม่

บริษัท Strategy ของ Michael Saylor ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังจากราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงราว 50% นับตั้งแต่บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ STRC เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือระดมทุนสำหรับนำเงินไปซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม

STRC ถูกออกแบบให้ซื้อขายใกล้เคียงกับมูลค่าที่ตราไว้ที่ 100 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยอาศัยการปรับอัตราเงินปันผลเพื่อรักษาระดับราคา และนำเงินที่ระดมได้ไปสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดกลับไม่เป็นไปตามแผน เมื่อราคาของ STRC ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 82.53 ดอลลาร์ ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 88.59 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าระดับ Par Value อย่างมีนัยสำคัญ

การที่ STRC ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ทำให้อัตราผลตอบแทน พุ่งขึ้นเกิน 12.9% และส่งผลให้ Strategy ต้องชะลอการออกหุ้นเพิ่มเติมผ่านโครงการ At-the-Market Offering ซึ่งถือเป็นช่องทางสำคัญในการระดมทุนเพื่อนำไปซื้อ Bitcoin

ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin มากกว่า 846,000 BTC แต่ความสามารถในการเพิ่มการถือครองอาจถูกจำกัดมากขึ้น หาก STRC ไม่สามารถกลับมาซื้อขายใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ได้

นักวิจารณ์มอง STRC คล้ายแชร์ลูกโซ่

หนึ่งในผู้วิจารณ์ที่ออกมาแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่องคือ Peter Schiff ซึ่งมองว่า STRC มีลักษณะคล้าย “Ponzi Scheme แบบรวมศูนย์” โดยให้เหตุผลว่าโมเดลดังกล่าวต้องพึ่งพาการระดมทุนจากนักลงทุนรายใหม่ผ่านการออกหุ้นเพิ่มเติม หรือในกรณีเลวร้ายอาจต้องขาย Bitcoin เพื่อนำเงินมาชำระภาระผูกพันต่างๆ

( ที่มา : X/Peter Schiff )
( ที่มา : X/Peter Schiff )

ด้านนักเทรดคริปโตชื่อ DonAlt ก็ออกมาตั้งคำถามเช่นกันว่าทำไม STRC จึงเริ่มมีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาคล้ายสินทรัพย์ที่กำลังสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างรวดเร็ว

แม้ Strategy จะยังไม่ได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้โดยตรง แต่บริษัทได้ปรับรูปแบบการจ่ายเงินปันผลของ STRC จากรายเดือนเป็นเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่อง

การซื้อ Bitcoin ของ Strategy เริ่มชะลอตัว

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าจังหวะการสะสม Bitcoin ของ Strategy กำลังชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 มิถุนายน บริษัทซื้อ Bitcoin จำนวน 1,550 BTC มูลค่า 101 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สัปดาห์ถัดมาซื้อเพิ่มอีก 1,587 BTC มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์

แม้ตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าเป็นการเข้าซื้อในปริมาณมาก แต่เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2026 จะพบว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในเดือนเมษายนเพียงสัปดาห์เดียว Strategy เคยซื้อ Bitcoin มากถึง 34,164 BTC มูลค่า 2.54 พันล้านดอลลาร์ และในเดือนพฤษภาคมยังเข้าซื้อเพิ่มอีก 24,869 BTC มูลค่าราว 2.01 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดเผยการขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินไปใช้รองรับภาระการจ่ายเงินปันผล แม้จะเป็นสัดส่วนที่เล็กมากเมื่อเทียบกับคลัง Bitcoin ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทอาจจำเป็นต้องใช้ Bitcoin เป็นแหล่งสภาพคล่องในบางสถานการณ์

( กระแสเงินทุนสุทธิรายสัปดาห์ของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ( ที่มา : SoSoValue )
( กระแสเงินทุนสุทธิรายสัปดาห์ของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ( ที่มา : SoSoValue )

นักวิเคราะห์ชี้ STRC ร่วงเพราะแรงขายจากเลเวอเรจ ไม่ใช่ปัญหาพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มองสถานการณ์ในแง่ลบ

Jesse Myers ระบุว่า การร่วงลงของ STRC มีลักษณะคล้ายการล้างสถานะ Leverage มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่า Strategy กำลังมีปัญหา

เขาเชื่อว่าบริษัทยังมีสถานะทางการเงินแข็งแกร่ง และหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง Strategy ยังสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือ STRC ได้ต่อเนื่องอีกหลายสิบปี โดยเฉพาะหากราคา Bitcoin สามารถเติบโตเฉลี่ยได้เพียงประมาณ 2% ต่อปี

Myers อธิบายว่า ก่อนหน้านี้นักลงทุนจำนวนมากใช้ Leverage สูงกับ STRC เพราะเชื่อว่าราคาจะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 99-100 ดอลลาร์ เมื่อราคาหลุดระดับดังกล่าวจึงเกิดการถูกบังคับขาย (Margin Call) เป็นลูกโซ่ ส่งผลให้ราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ Scott Melker มองว่าราคาปัจจุบันอาจเริ่มน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสด เนื่องจากอัตราเงินปันผลของ STRC ยังคำนวณจากมูลค่าที่ตราไว้ 100 ดอลลาร์ ไม่ใช่ราคาตลาด

หากซื้อ STRC ที่ระดับ 90 ดอลลาร์ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 12.8% ต่อปี และหากซื้อที่ 85 ดอลลาร์ ผลตอบแทนอาจเพิ่มขึ้นเป็นราว 13.5% ต่อปี

แม้ STRC จะเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่า Strategy มีทางเลือกในการระดมทุนอีกหลายช่องทาง ทั้งการออกหุ้น MSTR เพิ่มเติม รวมถึงการใช้เงินสดสำรอง เพื่อเดินหน้ากลยุทธ์สะสม Bitcoin ต่อไปในอนาคต

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

บทความที่เกี่ยวข้อง

Strategy เผชิญแรงกดดันหลัง Bitcoin ร่วงกว่า 40% นับตั้งแต่เปิดตัว STRC
ออปชัน Bitcoin มูลค่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เตรียมหมดอายุปลายเดือนมิถุนายนนี้ แรงขายได้เปรียบ ตลาดเสี่ยงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
อุตสาหกรรมคริปโตจับตา MiCA 2.0 ยุโรปเตรียมปรับกฎ Stablecoin และ DeFi หวังเพิ่มความชัดเจนด้านกฎระเบียบ
Bitcoin จ่อทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ของปี 2026 แต่ข้อมูลตลาดชี้แรงขายอาจใกล้หมดรอบ