แรงซื้อรายย่อยเพิ่มหลัง Bitcoin หลุด $70,000 แต่สัญญาณจากวาฬชี้การปรับฐานอาจยังไม่จบ
ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่านักลงทุนรายย่อยกำลังเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มขึ้นหลังราคาหลุด $70,000 ขณะที่กลุ่มวาฬกลับทยอยขายทำกำไร ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณว่าการปรับฐานของตลาดอาจยังไม่สิ้นสุด

ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่านักลงทุนรายย่อยกำลังเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มขึ้นหลังราคาหลุด $70,000 ขณะที่กลุ่มวาฬกลับทยอยขายทำกำไร ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณว่าการปรับฐานของตลาดอาจยังไม่สิ้นสุด
นักลงทุนรายย่อยเริ่มเข้าซื้อ Bitcoin มากขึ้น หลังราคาปรับตัวลงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ แต่พฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่หรือ “วาฬ” อาจบ่งชี้ว่าการปรับฐานของตลาดยังไม่สิ้นสุด
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดคริปโต Santiment ระบุในรายงานล่าสุดว่า กลุ่มวาฬซึ่งถือ Bitcoin ระหว่าง 10 ถึง 10,000 BTC เริ่มขายทำกำไรทันทีที่ราคาขยับขึ้นแตะระดับประมาณ 74,000 ดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ วาฬได้สะสม Bitcoin อย่างหนักในช่วง 23 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม ขณะที่ราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 62,900 ถึง 69,600 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 70,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางสัปดาห์และแตะระดับ 74,000 ดอลลาร์ กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ได้ขายออกไปแล้วประมาณ 66% ของ Bitcoin ที่เพิ่งสะสมมา
ในทางตรงกันข้าม นักลงทุนรายย่อยที่ถือ Bitcoin น้อยกว่า 0.01 BTC กลับเพิ่มการสะสมเหรียญมากขึ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวลง
รูปแบบ “รายย่อยซื้อ วาฬขาย” อาจบ่งชี้การปรับฐานยังไม่จบ
Santiment ระบุว่า ในอดีต เมื่อเกิดสถานการณ์ที่นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อในขณะที่วาฬกำลังขาย มักเป็นสัญญาณว่าตลาดยังอยู่ในช่วงปรับฐาน
แรงขายในตลาดยังส่งผลให้ดัชนีวัดความเชื่อมั่นอย่าง Crypto Fear & Greed Index ลดลงอีก 6 จุด จนเข้าสู่โซน “Extreme Fear” ด้วยคะแนนเพียง 12 จุด
มุมมองนี้สอดคล้องกับความเห็นของ Michael van de Poppe ผู้ก่อตั้งบริษัท MN Trading Capital ซึ่งระบุว่า Bitcoin อาจยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ
เขากล่าวว่าหากราคาไม่สามารถยืนเหนือโซน 67,000–68,000 ดอลลาร์ ได้ ตลาดอาจกลับไปทดสอบจุดต่ำก่อนหน้าเพื่อดึงดูดสภาพคล่อง ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง
เงินไหลออกจาก Bitcoin ETFs เพิ่มขึ้น
การปรับตัวลงของราคา Bitcoin ยังเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสเงินไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETFs ในสหรัฐฯ
ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า กองทุน Bitcoin ETFs ทั้ง 11 กองมีเงินไหลออกสุทธิรวม 348.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นวันที่มีเงินไหลออกมากที่สุดในรอบสามสัปดาห์
ก่อนหน้านี้ Bitcoin เคยปรับตัวลงแตะระดับประมาณ 60,000 ดอลลาร์ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ระหว่างการปรับฐานจากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 126,000 ดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม Timothy Peterson นักเศรษฐศาสตร์ด้านเครือข่าย มองว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ อาจเป็นแนวรับสำคัญของตลาดในช่วงนี้
Peterson อ้างอิงจากโมเดล Bitcoin Price to Metcalfe Value ซึ่งระบุว่าระดับราคาดังกล่าวเคยทำหน้าที่เป็นจุดต่ำของตลาดหลายครั้งในอดีต และมีความเป็นไปได้สูงถึง 99.5% ที่ราคา Bitcoin จะยังคงอยู่เหนือระดับ 60,000 ดอลลาร์ ในระยะสั้น
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








