บริษัทขุด Bitcoin ขายออกกว่า 15,000 BTC นับตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะที่แนวโน้มขายเพิ่มยังมีต่อ
บริษัทขุด Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นทยอยขายมากขึ้น หลังรายได้จากการขุดลดลง ต้นทุนสูงขึ้น และแรงกดดันด้านหนี้สินทำให้อุตสาหกรรมต้องทบทวนกลยุทธ์ “ขุดแล้วยังถือต่อ” ที่เคยได้รับความนิยมในช่วงตลาดขาขึ้น

บริษัทขุด Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นทยอยขายมากขึ้น หลังรายได้จากการขุดลดลง ต้นทุนสูงขึ้น และแรงกดดันด้านหนี้สินทำให้อุตสาหกรรมต้องทบทวนกลยุทธ์ “ขุดแล้วยังถือต่อ” ที่เคยได้รับความนิยมในช่วงตลาดขาขึ้น
บริษัทขุด Bitcoin จำนวนมากเริ่มลดการถือครองเหรียญในคลัง หลังเผชิญแรงกดดันด้านรายได้และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลยุทธ์ “ขุดแล้วยังถือต่อ” ซึ่งเคยเป็นแนวทางหลักของอุตสาหกรรมในช่วงตลาดขาขึ้นปี 2024–2025 เริ่มถูกปรับเปลี่ยน
ข้อมูลจากข่าว Miner Weekly ของ TheEnergyMag ระบุว่า บริษัทขุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ขาย Bitcoin รวมกันมากกว่า 15,000 BTC นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดทำจุดสูงสุดก่อนเกิดเหตุการณ์การปรับฐานในวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา
บริษัทขุดรายใหญ่หลายแห่งมีส่วนร่วมในการขายครั้งนี้ ตัวอย่างเช่น Cango ซึ่งขาย Bitcoin จำนวน 4,451 BTC ในเดือนกุมภาพันธ์ คิดเป็นประมาณ 60% ของคลังสำรองทั้งหมด ขณะที่ Bitdeer รายงานว่าได้ขาย Bitcoin ในคลังทั้งหมดออกไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ด้าน Riot Platforms ได้ขาย Bitcoin หลายครั้งในเดือนธันวาคม ส่วน Core Scientific มีแผนขายประมาณ 2,500 BTC ภายในไตรมาสแรกของปีนี้
บริษัทขุดรายใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นอย่าง MARA Holdings ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุน หลังเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่าบริษัทอาจซื้อหรือขาย Bitcoin เพื่อรักษาความคล่องตัวทางการเงิน
ข่าวดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลว่าบริษัทอาจเตรียมขายเหรียญจำนวนมาก แต่ Robert Samuels รองประธานขอฝบริษัทออกมาชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงการเปิดทางให้บริษัทสามารถขายได้หากจำเป็น ไม่ได้หมายความว่าจะมีการขายจำนวนมากทันที
ปัจจุบัน MARA ถือครองมากกว่า 53,000 BTC ทำให้เป็นบริษัทมหาชนที่ถือ Bitcoin มากเป็นอันดับสอง รองจาก Strategy ของ Michael Saylor
อุตสาหกรรมขุดเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน
การขาย Bitcoin ของบริษัทขุดในช่วงหลังถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มในรอบตลาดก่อนหน้า ซึ่งบริษัทจำนวนมากเลือกเก็บ Bitcoin ที่ขุดได้ไว้ในงบดุล เพื่อรอการปรับขึ้นของราคา
รายงานวิจัยจาก Digital Mining Solutions และ BitcoinMiningStock.io เคยระบุว่า การสะสมเหรียญของบริษัทขุดเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเงิน และช่วยให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ศูนย์ข้อมูล และระบบคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง
แต่อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมเริ่มเปลี่ยนไปหลังเดือนตุลาคม โดยนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าปัจจุบันบริษัทขุดกำลังเผชิญ แรงกดดันด้านการขาดทุนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ผลกระทบดังกล่าวเริ่มสะท้อนในงบดุลของบริษัท ตัวอย่างเช่น CleanSpark ที่เพิ่งชำระหนี้สินเชื่อที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันทั้งหมด เพื่อปรับลดความเสี่ยงทางการเงินท่ามกลางสภาพตลาดที่มีแรงกดดันมากขึ้น
สถานการณ์ล่าสุดจึงสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการขุด Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวครั้งสำคัญ โดยบริษัทจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและความยืดหยุ่นทางการเงินมากกว่าการสะสมเหรียญระยะยาวเหมือนในรอบตลาดก่อนหน้า
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








