มิจฉาชีพเรียกค่าไถ่คริปโตจากเรือที่ติดค้างในช่องแคบฮอร์มุซ แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่อิหร่าน
บริษัทเดินเรือที่มีเรือติดค้างใกล้ช่องแคบฮอร์มุซกำลังตกเป็นเป้าของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่อิหร่าน เรียกร้องให้ชำระเงินเป็น Bitcoin หรือ USDT เพื่อแลกกับการเดินเรืออย่างปลอดภัย

บริษัทเดินเรือที่มีเรือติดค้างใกล้ช่องแคบฮอร์มุซกำลังตกเป็นเป้าของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่อิหร่าน เรียกร้องให้ชำระเงินเป็น Bitcoin หรือ USDT เพื่อแลกกับการเดินเรืออย่างปลอดภัย
บริษัทด้านความเสี่ยงทางทะเล Marisks ออกคำเตือนว่า มีกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายแอบอ้างเป็นหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่าน ติดต่อไปยังบริษัทเดินเรือที่มีเรือติดค้างบริเวณตะวันตกของช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเรียกเก็บ “ค่าผ่านทาง” ในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี
รายงานระบุว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวเรียกร้องให้ชำระเงินเป็น Bitcoin หรือ USDT เพื่อแลกกับการอนุญาตให้เรือสามารถผ่านช่องแคบได้ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งจากทางการอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม Marisks ยืนยันชัดเจนว่า ข้อความเหล่านี้เป็น “การหลอกลวง” และไม่ได้มาจากหน่วยงานรัฐของอิหร่านแต่อย่างใด ขณะที่รัฐบาลเตหะรานยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว
ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด เปิดช่องให้มิจฉาชีพแทรกซึม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ยังคงได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เส้นทางดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ราว 20% ของปริมาณทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ยังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือบรรทุกน้ำมัน โดยอาจให้ชำระเป็น Bitcoin ซึ่งยิ่งสร้างความสับสนและเปิดช่องให้มิจฉาชีพนำไปแอบอ้าง
หลอกให้ส่งเอกสาร ก่อนเรียกเก็บเงินคริปโต
รูปแบบการหลอกลวงดังกล่าว มักเริ่มจากการให้ผู้รับส่งเอกสารเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ จากนั้นจะกำหนด “ค่าธรรมเนียม” ที่ต้องชำระเป็นคริปโต พร้อมอ้างว่าจะอนุญาตให้เดินเรือผ่านได้ในเวลาที่กำหนด
ในบางกรณี Marisks ยังระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่าเรือบางลำที่ถูกยิงขณะพยายามออกจากพื้นที่ อาจเคยได้รับข้อความหลอกลวงลักษณะนี้มาก่อน แม้ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
เตือนความเสี่ยงด้านมาตรการคว่ำบาตร
ด้าน Chainalysis ยังได้ออกมาเตือนว่า หากมีบริษัทเดินเรือไหนที่ทำการชำระเงินคริปโตให้กับอิหร่าน อาจเผชิญความเสี่ยงด้านมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรง
Kaitlin Martin นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัท ระบุว่า การชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ควบคุมของอิหร่าน อาจถูกตีความว่าเป็น “การสนับสนุนโดยตรง” ต่อหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร เช่น กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงใหม่ในยุคที่คริปโตถูกนำมาเชื่อมโยงกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และกลายเป็นเครื่องมือที่ทั้งภาครัฐและมิจฉาชีพพยายามนำมาใช้ในเวลาเดียวกัน
อ้างอิง : Cointelegarph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








