Bitcoin ETF เผชิญแรงขายหนักที่สุดของเดือนมิถุนายน หลัง Bitcoin หลุด 60,000 ดอลลาร์
Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลออกสูงถึง 696.3 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเดือนมิถุนายน หลังราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดเงินไหลออกสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีเพิ่มเป็น 4.6 พันล้านดอลลาร์

Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลออกสูงถึง 696.3 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเดือนมิถุนายน หลังราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ยอดเงินไหลออกสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีเพิ่มเป็น 4.6 พันล้านดอลลาร์
กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายครั้งใหญ่ที่สุดของเดือนมิถุนายนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันจำนวนมากทยอยถอนเงินออกจากกองทุน
ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลออกสุทธิรวม 696.3 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว สูงกว่าสถิติเดิมของเดือนที่ 519.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
การไหลออกครั้งล่าสุดทำให้ยอดเงินไหลออกสุทธิของกองทุน Bitcoin ETF ตลอดเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเป็น 3.61 พันล้านดอลลาร์ และทำให้ยอดเงินไหลออกสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีแตะระดับ 4.6 พันล้านดอลลาร์
กระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก ETF ยังเกิดขึ้นพร้อมกับสัญญาณว่าความต้องการซื้อ Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันกำลังชะลอตัวในหลายด้าน โดยเฉพาะ Strategy บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก ซึ่งลดความถี่ในการเข้าซื้อ Bitcoin ลงอย่างเห็นได้ชัดในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้เกิดการถกเถียงว่าบริษัทควรเก็บรักษาเงินสดไว้มากขึ้นในช่วงที่ตลาดอยู่ในขาลงหรือไม่
มูลค่าสินทรัพย์ใน Bitcoin ETF หายไปกว่า 57% จากจุดสูงสุด
แรงขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคา Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงราว 50% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Assets) ของ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ลดลงต่ำกว่า 73,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2024
ข้อมูลของ SoSoValue ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF เคยมีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงสุดถึง 169,500 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 แต่ล่าสุดลดลงเหลือประมาณ 72,600 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นการหดตัวราว 57%
ขณะที่ข้อมูลจาก WalletPilot ระบุว่า ณ วันอังคารที่ผ่านมา กองทุนทั้งหมดถือครอง Bitcoin รวมประมาณ 1.24 ล้าน BTC โดยมี Bitcoin ราว 63,500 BTC ถูกถอนออกจากกองทุนภายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
Strategy ชะลอการสะสม Bitcoin ท่ามกลางเสียงวิจารณ์
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตามองคือการชะลอการซื้อ Bitcoin ของ Strategy ซึ่งนำโดย Michael Saylor
จากข้อมูลที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล Strategy ซื้อ Bitcoin ในเดือนมิถุนายนรวมเพียงประมาณ 3,600 BTC ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับการซื้อราว 25,000 BTC ในเดือนพฤษภาคม และมากกว่า 50,000 BTC ในเดือนเมษายน
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขาย Bitcoin สุทธิ 32 BTC ในช่วงต้นเดือน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ Strategy ขาย Bitcoin นับตั้งแต่เริ่มดำเนินกลยุทธ์สะสมสินทรัพย์ดิจิทัล
ขณะเดียวกัน หุ้นบุริมสิทธิ์ถาวรของบริษัทอย่าง STRC ยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยราคาปิดล่าสุดอยู่ที่ 75.69 ดอลลาร์ ลดลง 6.37% และต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่บริษัทต้องการรักษาไว้ที่ 100 ดอลลาร์
สถานการณ์ดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อโมเดลการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ของ Strategy มากขึ้น โดยนักวิเคราะห์จาก CryptoQuant แสดงความกังวลเกี่ยวกับจังหวะการเข้าซื้อและการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
อย่างไรก็ตาม Samson Mow นักลงทุนผู้สนับสนุน Bitcoin ยุคบุกเบิก มองว่า STRC ยังมีกลไกป้องกันตัวเอง (Self-repairing Mechanism) เมื่อราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ โดย Strategy จะหยุดการออกหุ้นใหม่ผ่านโครงการ At-the-Market (ATM) ชั่วคราว ซึ่งจะช่วยจำกัดปริมาณหุ้นใหม่ในตลาดและลดแรงกดดันต่อราคาหุ้น
แม้แรงขายจากกองทุน ETF และการชะลอการสะสม Bitcoin ของ Strategy จะสะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันอ่อนแอลงในระยะสั้น แต่ตลาดยังคงจับตาว่าหากราคา Bitcoin เริ่มฟื้นตัวและกระแสเงินทุนกลับเข้าสู่ ETF อีกครั้ง อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพลิกแนวโน้มของตลาดคริปโตในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








