ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

NYDIG ชี้ความสัมพันธ์ Bitcoin กับหุ้นเทคโนโลยีอาจถูกตีความเกินจริง

NYDIG ชี้ความสัมพันธ์ Bitcoin กับหุ้นเทคโนโลยีอาจถูกตีความเกินจริง

NYDIG ระบุว่าการเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่ดูเหมือนสอดคล้องกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐในช่วงหลัง เป็นเพียงผลจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค มากกว่าจะสะท้อนความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างสองสินทรัพย์

การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่ดูเหมือนจะสอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐอาจถูกตีความเกินจริง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าทั้งสองสินทรัพย์เพียงตอบสนองต่อสภาพเศรษฐกิจมหภาคแบบเดียวกัน มากกว่าจะมีความเชื่อมโยงโดยตรง

Greg Cipolaro หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ NYDIG ระบุในรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ปรับตัวขึ้นพร้อมกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ ทำให้บางฝ่ายมองว่า Bitcoin อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวตามหุ้นเทคโนโลยี

แต่ Cipolaro มองว่าข้อสรุปดังกล่าวอาจเกินจริง เขาอธิบายว่า แม้กราฟราคาของทั้งสองสินทรัพย์จะดูเคลื่อนไหวใกล้เคียงกัน แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin และหุ้นเทคโนโลยีจะมีโครงสร้างตลาดแบบเดียวกัน หรือได้รับแรงขับเคลื่อนจากปัจจัยเดียวกัน เช่น กระแสของ AI หรือความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์

ปัจจัยมหภาคเป็นตัวผลักดันสำคัญ

Cipolaro ระบุว่า การปรับตัวขึ้นพร้อมกันของ Bitcoin และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีแนวโน้มเกิดจากการตอบสนองต่อ สภาพเศรษฐกิจมหภาคแบบเดียวกัน โดยเฉพาะสินทรัพย์เสี่ยงที่อ่อนไหวต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน

กล่าวคือ นักลงทุนกำลังจัดสรรเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงในตลาด มากกว่าการซื้อ Bitcoin เพราะมองว่าเป็นสินทรัพย์ประเภทเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี

ความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นยังไม่ใช่ตัวกำหนดหลัก

ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นในช่วง 90 วันล่าสุด หลังจาก Bitcoin ทำจุดสูงสุดเหนือ 126,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม

แต่ Cipolaro ชี้ว่า ความสัมพันธ์กับดัชนีตลาดหุ้นหลักอย่าง S&P 500 และ Nasdaq ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง แต่ข้อมูลเชิงสถิติชี้ว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของราคา Bitcoin ได้เพียงประมาณ 25% เท่านั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ประมาณ 75% ของการขึ้นลงของราคา Bitcoin เกิดจากปัจจัยอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดหุ้น เช่น การใช้งานของเครือข่าย กระแสการยอมรับของนักลงทุน กฎระเบียบ หรือปัจจัยเฉพาะของตลาดคริปโตเอง

ค่าความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับดัชนีหุ้นแบบค่าเฉลี่ย 90 วัน ( ที่มา : NYDIG )
ค่าความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับดัชนีหุ้นแบบค่าเฉลี่ย 90 วัน ( ที่มา : NYDIG )

Bitcoin ยังมีโครงสร้างตลาดที่แตกต่าง

Cipolaro ระบุว่า นักลงทุนบางส่วนอาจรู้สึกผิดหวังที่ราคา Bitcoin ไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนทองคำ แม้จะถูกเรียกว่า “ทองคำดิจิทัล”

เขาอธิบายว่าตลาดกำลังจัดวางสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน มากกว่าจะมอง Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโดยตรง

อย่างไรก็ตาม Bitcoin ยังคงมีโครงสร้างตลาดและปัจจัยขับเคลื่อนที่แตกต่างจากสินทรัพย์อื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานของเครือข่าย การยอมรับที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ

ด้วยเหตุนี้ Cipolaro จึงมองว่า Bitcoin ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะ สินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน แม้ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

อ้างอิง : Cointelegraph

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

Starcloud เตรียมขุด Bitcoin จากอวกาศ ตั้งเป้าเป็นบริษัทแรกที่ทำเหมืองคริปโตนอกโลก
NYDIG ชี้ความสัมพันธ์ Bitcoin กับหุ้นเทคโนโลยีอาจถูกตีความเกินจริง
แรงซื้อรายย่อยเพิ่มหลัง Bitcoin หลุด $70,000 แต่สัญญาณจากวาฬชี้การปรับฐานอาจยังไม่จบ
Altcoins กว่า 38% ใกล้แตะจุดต่ำสุดตลอดกาล สถานการณ์หนักกว่าช่วงวิกฤต FTX