ตลาดขาลงของ Bitcoin อาจสิ้นสุด หากราคาสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 74,500 ดอลลาร์ไปได้
Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นกว่า 7.4% ภายในสองวันหลังจากระดับต่ำสุดที่ 62,400 ดอลลาร์ แต่ข้อมูลออนเชนเผยว่านักลงทุนที่ซื้อระหว่างช่วง 6 เดือนถึง 2 ปีก่อนหน้านี้มีต้นทุนเฉลี่ยราว 74,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่อาจชี้ว่าตลาดขาลงรอบนี้จะจบลงหรือไม่

Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นกว่า 7.4% ภายในสองวันหลังจากระดับต่ำสุดที่ 62,400 ดอลลาร์ แต่ข้อมูลออนเชนเผยว่านักลงทุนที่ซื้อระหว่างช่วง 6 เดือนถึง 2 ปีก่อนหน้านี้มีต้นทุนเฉลี่ยราว 74,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่อาจชี้ว่าตลาดขาลงรอบนี้จะจบลงหรือไม่
ข้อมูลจากบล็อกเชนแสดงให้เห็นว่า “ต้นทุนเฉลี่ยบนเครือข่าย” ของเหรียญที่ถูกถือไว้นาน 18–24 เดือน อยู่ที่ราว 64,200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญที่ Bitcoin สามารถฟื้นกลับมายืนเหนือได้อีกครั้งหลังการดีดตัวในวันอังคาร
นักวิเคราะห์คริปโต Anıl ชี้ว่า การที่ BTC สามารถปิดระดับราคารายวันเหนือระดับดังกล่าว “ช่วยรักษาแนวรับเชิงจิตวิทยา” เอาไว้ได้ในตอนนี้
โดยทั่วไป ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนมักทำหน้าที่เป็น “จุดเปลี่ยนทางอารมณ์” ของตลาด เมื่อราคาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย นักลงทุนจะอยู่ในสถานะขาดทุนและมีแนวโน้มขายเพื่อลดความเสี่ยง แต่เมื่อราคากลับขึ้นมายืนเหนือระดับดังกล่าว จะช่วยลดแรงขายและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการสะสมเหรียญเพิ่มขึ้น
หากขยายช่วงของข้อมูลนี้ไปยังเหรียญที่ถือครองมานาน 6 เดือนถึง 2 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนจากรอบตลาดก่อนหน้า (2024–2025) จะพบว่ามีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 74,500 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าราคาในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
ดังนั้น การที่ราคาของ Bitcoin สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือ 74,500 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง อาจช่วยให้กลุ่มนักลงทุนชุดนี้กลับเข้าสู่ภาวะมีกำไร ซึ่งจะช่วยลดแรงขายทำกำไรในตลาด และเปลี่ยนบรรยากาศให้กลับมาเป็นเชิงบวก
สัญญาณถือครองระยะยาวยังแข็งแกร่ง
ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า ปริมาณเหรียญที่ถือโดยนักลงทุนระยะยาว เพิ่มขึ้นกลับมาที่ 13.96 ล้าน BTC ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน หลังจากลดลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025
การฟื้นตัวของการถือครองระยะยาวนี้ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเลือก “เก็บเหรียญไว้” มากกว่าขายทิ้ง แม้ตลาดจะผันผวนอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
หากนักลงทุนกลุ่มที่มีต้นทุนระหว่าง 74,500–100,000 ดอลลาร์ยังคงถือครองต่อไปโดยไม่เร่งขาย อุปทานในช่วงราคานี้อาจถูกดูดซับเร็วขึ้น และเมื่อราคาทะลุแนวต้าน 74,500 ดอลลาร์ได้ ก็มีโอกาสที่ตลาดจะหันไปโฟกัสแนวต้านถัดไปที่โซน 100,000 ดอลลาร์
ตัวชี้วัดมูลค่าตลาดยังทรงตัว แต่เริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้ม
นอกจากนี้ข้อมูลจาก Realized Cap ตัวชี้วัดที่วัดมูลค่ารวมของเหรียญตามราคาที่ถูกโอนย้ายครั้งล่าสุดบนบล็อกเชน แสดงให้เห็นว่ามูลค่ายังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดของรอบ แต่การเติบโตเริ่มชะลอลง
ค่าการเปลี่ยนแปลงสุทธิของ Realized Cap (Net Position Change) ลดลงใกล้ระดับศูนย์ ซึ่งบ่งชี้ว่ามี “เงินทุนใหม่ไหลเข้าน้อยมาก” ในช่วงนี้
แต่ถึงอย่างนั้น ประวัติศาสตร์ของตลาด Bitcoin แสดงให้เห็นว่า ช่วงปลายของตลาดขาลงมักมาพร้อมกับ Realized Cap ที่ทรงตัวหรือลดลง ก่อนจะค่อย ๆ กลับมาเติบโตเมื่อเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวต้นรอบ
ดังนั้น หากในระยะถัดไปตัวเลข Net Position Change กลับมาขยับขึ้นสู่ช่วง 2–4% อีกครั้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณยืนยันว่าเงินทุนใหม่กำลังไหลกลับเข้าสู่ตลาด และการสะสมเหรียญรอบใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
แนวต้าน 74,500 ดอลลาร์ จึงเป็นจุดชี้ชะตาสำคัญของ Bitcoin ในรอบนี้ การทะลุผ่านระดับดังกล่าวอาจช่วยพลิกตลาดจากขาลงสู่ขาขึ้นได้อีกครั้ง และอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดขาลงของ Bitcoin ที่ยืดเยื้อมานาน “ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว”
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








