ออปชัน Bitcoin มูลค่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เตรียมหมดอายุปลายเดือนมิถุนายนนี้ แรงขายได้เปรียบ ตลาดเสี่ยงเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
ตลาดออปชัน Bitcoin กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญก่อนสัญญามูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์จะหมดอายุในวันที่ 26 มิถุนายน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าฝั่งขาลงยังคงได้เปรียบ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า Bitcoin ยังมีโอกาสเผชิญแรงขายเพิ่มเติมในระยะสั้น แม้จะมีแรงหนุนจากการเข้าซื้อของ Strategy ก็ตาม

ตลาดออปชัน Bitcoin กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญก่อนสัญญามูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์จะหมดอายุในวันที่ 26 มิถุนายน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าฝั่งขาลงยังคงได้เปรียบ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า Bitcoin ยังมีโอกาสเผชิญแรงขายเพิ่มเติมในระยะสั้น แม้จะมีแรงหนุนจากการเข้าซื้อของ Strategy ก็ตาม
ตลาดคริปโตกำลังจับตาการหมดอายุของสัญญาออปชัน Bitcoin มูลค่ารวมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าราคาอาจปรับตัวลงต่อ หลังจาก Bitcoin ปรับตัวลดลงแล้วราว 14% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน
การร่วงลงของราคาในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนฝั่งขาขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากสัญญา Call Options หรือสัญญาที่เดิมพันว่าราคาจะปรับตัวขึ้น ส่วนใหญ่ถูกวางไว้ที่ระดับ 68,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ทำให้หลายสัญญาเริ่มมีโอกาสขาดทุน หากราคา Bitcoin ไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ทันเวลา
Deribit ครองตลาดออปชัน Bitcoin เกือบ 80%
ข้อมูลระบุว่าแพลตฟอร์มซื้อขายออปชันคริปโตรายใหญ่ที่สุดอย่าง Deribit ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 79% หรือคิดเป็นมูลค่า Open Interest ราว 10,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ OKX มีส่วนแบ่ง 6% ส่วน Binance และ CME อยู่ที่ 5% เท่ากัน และ Bybit อยู่ที่ 4%
เมื่อพิจารณาโครงสร้างการถือครองสัญญาบน Deribit พบว่ามูลค่า Open Interest ของ Call Options อยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์ แต่กว่า 78% ของสัญญาเหล่านี้ตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 72,000 ดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งถือว่าสูงกว่าราคาปัจจุบันมาก
ในทางกลับกัน Put Options หรือสัญญาที่เดิมพันว่าราคาจะลดลง มีมูลค่ารวมประมาณ 4,500 ล้านดอลลาร์ และมีเพียง 28% เท่านั้นที่ต้องการให้ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า 57,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้โครงสร้างโดยรวมยังคงเอื้อประโยชน์ต่อฝั่งขาลงมากกว่า
ความหวังของตลาดขาขึ้นเริ่มสั่นคลอน
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนจำนวนมากคาดหวังว่าการสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องของบริษัท Strategy จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคา โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม บริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มถึง 62,841 BTC ภายในเวลาเพียง 4 สัปดาห์ และมีส่วนช่วยผลักดันราคาให้ทะลุระดับ 73,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเชิงบวกเริ่มลดลงหลังจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เริ่มเผชิญกระแสเงินทุนไหลออกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกัน ความหวังที่กฎหมาย Digital Asset PARITY Act จะผ่านการพิจารณาอย่างรวดเร็วก็เริ่มจางหายไป
กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายยกเว้นภาษีสำหรับรางวัลจากการขุดและการ Stake จนกว่าจะมีการขายสินทรัพย์ แต่ความคืบหน้าที่ยังไม่ชัดเจนทำให้ตลาดผิดหวัง นอกจากนี้ การที่ Strategy เปิดเผยการขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC รวมถึงกระแสเงินไหลออกจาก ETF ยังซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มเติม
4 สถานะการสำคัญก่อนวันหมดอายุสัญญา
จากการวิเคราะห์สถานะออปชันบน Deribit หาก Bitcoin มีราคาปิดที่ระดับต่าง ๆ ในวันหมดอายุสัญญา ผลประโยชน์สุทธิจะยังคงเข้าข้างฝั่งขาลง ดังนี้
- หาก Bitcoin อยู่ระหว่าง 57,000 – 61,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 3.4 พันล้านดอลลาร์
- หากอยู่ระหว่าง 61,001 – 65,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์
- หากอยู่ระหว่าง 65,001 – 69,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์
- หากอยู่ระหว่าง 69,001 – 71,000 ดอลลาร์ ฝั่ง Put จะได้เปรียบประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์
แม้ Bitcoin จะสามารถปรับตัวขึ้นจากระดับปัจจุบันบริเวณ 63,000 ดอลลาร์ได้ถึง 12% ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพลิกสถานการณ์ให้ฝั่ง Call กลับมาได้เปรียบในรอบการหมดอายุครั้งนี้
ตลาดยังต้องจับตาทิศทางเดือนกรกฎาคม
แม้ว่าการหมดอายุของออปชันในเดือนมิถุนายนจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดแนวโน้มตลาดในเดือนกรกฎาคมโดยตรง แต่โครงสร้างของตลาดในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่าฝั่งขาลงยังคงถือไพ่เหนือกว่า และผลลัพธ์จากการหมดอายุสัญญาครั้งนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงต้นไตรมาสถัดไป
สำหรับนักลงทุน Bitcoin ระยะสั้น ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจึงอาจเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงที่สุดของปี และเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าตลาดจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้หรือยังต้องเผชิญแรงขายต่อไปในระยะข้างหน้า
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








