รัฐบาลสหรัฐฯและสกุลเงินคริปโต

ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของวงการคริปโตเนื่องจากปริมาณผู้ใช้จำนวนมากอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งแพลตฟอร์มกระดานซื้อขายหลักของวงการยังอยู่ในประเทศสหรัฐฯ อีกด้วย และแม้ว่าท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อวงการคริปโตนั้นจะเป็นการกำกับดูแลอย่างกว้าง ๆ ซึ่งผู้ใช้งานและภาคธุรกิจยังคงมีอิสระในการดำเนินกิจกรรมด้านคริปโตภายใต้การกำกับอยู่ แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลดังกล่าวเริ่มวางกรอบในการใช้งานที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากการกำหนดเงื่อนไขใบอนุญาต การระบุตัวตน การติดตามรายการเดินบัญชี รวมถึงการคำนวณภาษี เป็นต้น

ดังนั้นแล้วการเปลี่ยนแปลงกลุ่มบุคคลผู้บริหารประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกี่ยงข้องนั้นจึงมีนัยยะสำคัญอย่างมากต่อวงการคริปโต โดยตั้งแต่หลังจากที่ประเทศสหรัฐฯได้เปลี่ยนผ่านการบริหารจาก Donald Trump ไปสู่ Joe Biden นั้นได้ส่งสัญญาณการตอบรับต่อวงการในแง่บวกอย่างมาก แม้ว่าเลขาธิการกระทรวงการคลังคนใหม่อย่าง Janet Yallen จะมีมุมมองต่องสกุลเงินคริปโตอย่าง Bitcoin ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็ตาม แต่เพียงเท่านั้นกลับได้สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานทั่วไปอย่างมากถึงขั้นส่งกระทบในแง่บวกต่อราคาในช่วงขาขึ้นนี้

ความหวังใหม่

นาง Sunayna Tuteja เป็นอดีตหัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท TD Ameritrade ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าสำหรับซื้อขายสินทรัพย์การลงทุนประเภทต่าง ตั้งแต่หุ้นไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล โดยฝ่ายซึ่ง Sunayna Tuteja เป็นผู้นำทีมนั้นให้บริการด้านการออกเหรียญ หรือ Coin Offering การดำเนินโครงการ Blockchain ประเภทต่าง ๆ รวมทั้งการประสานงานกิจกรรมที่เกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตเป็นต้น โดยผลงานซึ่งเป็นที่รู้จักคือการออก Bitcoin Futures ของกลุ่มบริษัท CME นั่นเอง

นอกจากผลงานดังกล่าวแล้ว Sunayna Tuteja ยังได้มีส่วนร่วมในวงการอีกหลายครั้งในฐานะแขกรับเชิญในงานด้านการลงทุนใน bitcoin และตลาดการเงินบนเครือข่าย Blockchain และยังได้ออกมายอมรับว่าตัวเธอนั้นเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน Bitcoin โดยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ นาง Sunayna Tuteja ได้เปิดเผยผ่านทางการอัพเดทโปรไฟล์การทำงานบน LinkedIn ของเธอถึงการเข้ารับตำแหน่งใหม่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้กระทรวงการคลังนั่นเอง

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้เป็นอีกสัญญาณสำคัญจากฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯถึงการยอมรับบทบาทของวงการคริปโตรวมถึงตลาดการเงินที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Blockchain แต่กรณีดังกล่าวเป็นเหมือนกับดาบสองคม โดยการยอมรับที่เกิดขึ้นนั้นมาพร้อมกับความพยายามในการนำการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นมาใช้งานในวงการคริปโตนั่นเอง