สำนักข่าวท้องถิ่นของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ได้รายงานถึงเหตุการณ์ที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายแห่งแดนเสือเหลืองได้มีคำสั่งปิดกิจการเหมือง Crypto ซึ่งดำเนินการอย่างผิดกฎหมายมาอย่างยาวนาน 2 แห่ง ในรัฐโจโฮร์บะฮ์รู

โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนในคดีนี้ ประกอบด้วยคณะกรรมการกิจการพลังงานของมาเลเซีย หรือ ST และ Tenaga Nasional Berhad (TNB) บริษัทผลิตไฟฟ้าข้ามชาติของมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทำผิดกฎหมาย ท้ายที่สุดก็ต้องมารับโทษ

คณะกรรมการกิจการพลังงานของมาเลเซีย และ TNB ได้ทำการบุกเข้าไปตรวจค้นกิจการเหมือง Crypto ที่ผิดกฎหมายดังกล่าว และพบว่าเหมืองทั้งสองแห่งนี้ได้ลักลอบใช้กระเเสไฟฟ้าของทางการไปมากกว่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาจะต้องรับผิดชอบอย่างสาสม

Nazlin Alim Sadikhi ผู้อำนวยการภูมิภาคของ ST กล่าวหลังจากการเข้าตรวจค้นว่า

“เราพบว่ามีการติดตั้งสายไฟอย่างผิดกฎหมายเพื่อให้กระแสไฟฟ้าผ่านเข้ามาโดยตรงแบบไม่ผ่านมิเตอร์ของ TNB โดยจากการสันนิษฐานคาดว่าเหมือง Crypto ที่ผิดกฎหมายที่แรกนั้นดำเนินการมาแล้วถึง 3 ปี ในขณะเดียวกันแห่งที่สองนั้นน่าจะดำเนินการมาเเล้วเป็นเวลา 2 ปี นอกจากนี้เรายังพบเครื่องขุด Crypto เป็นจำนวน 100 เครื่องในสถานที่แรก และอีก 48 เครื่องในสถานที่ที่สอง”

ซึ่งทางสำนักข่าวท้องถิ่นได้อธิบายเพิ่มเติมว่า หากทางการพบบุคคลผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการขุด Bitcoin อย่างผิดกฎหมายเขาจะต้องได้รับโทษจำคุกถึง 10 ปี หรือปรับสูงสุด 240,000 ดอลลาร์สหรัฐ

มาเลเซียเจอศึกหนักมาอย่างยาวนาน

การขุด Bitcoin ที่ผิดกฎหมายโดยการลักลอบใช้กระเเสไฟฟ้าของหลวงนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในมาเลเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐโจโฮร์บะฮ์รู คุณ Mohd Satari Mohamad วิศวกรของ TNB กล่าวกับสำนักพิมพ์ว่ามีการบุกเข้าตรวจค้นสถานที่ขุด Cryptocurrency มากถึง 288 แห่งในยะโฮร์ตั้งแต่ปี 2018 และอีก 90 แห่งในปีนี้

เขาอธิบายว่า:

“ส่วนใหญ่แล้วนั้นเจ้าของกิจการการขุด Crypto ที่ผิดกฎหมาย จะร่วมมือกันกับผู้ให้บริการขุด Crypto โดยกลุ่มคนที่ขุด Crypto แบบผิดกฎหมายนั้นจะมีวิธีการดำเนินการที่คล้ายคลึงกัน เบื้องต้นคือทำการติดตั้งสายไฟที่ผิดกฎหมายไปยังเครื่องขุดเพื่อลักกระเเสไฟฟ้าของหลวงนั่นเอง"