อ่วมจัด! แพลตฟอร์ม Gemini ต้องปลดพนักงานรอบที่สอง

แม้แต่ แพลตฟอร์ม Gemini หนึ่งใน Exchange ชื่อก้องโลก ก็ไม่สามารถต้านทานความรุนแรงของตลาดหมีในรอบนี้ไหว โดยพวกเขาต้องไล่พนักงานออกเพื่อลดต้นทุนมาสองรอบติดแล้ว

อ่วมจัด! แพลตฟอร์ม Gemini ต้องปลดพนักงานรอบที่สอง

แพลตฟอร์ม Gemini บริษัทผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนคริปโต (Crypto) ชื่อดังจากกรุงนิวยอร์กได้ทำการเลิกจ้างพนักงานของพวกเขาเป็นรอบที่สองแล้ว ซึ่งการไล่คนออกครั้งนี้ของพวกเขาทิ้งระยะห่างจากการที่บริษัทได้เคยลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 10% ไปในครั้งก่อน เพียงเจ็ดสัปดาห์เท่านั้น

ชะตากรรมที่แพลตฟอร์ม Gemini ต้องเผชิญในตลาดขาลง

TechCrunch หนังสือพิมพ์ออนไลน์ของอเมริกาเน้นที่รายงานข่าวบริษัทเทคโนโลยี ได้เป็นผู้รายงานข่าวร้ายของพนักงานประจำแพลตฟอร์ม Gemini ในครั้งนี้ โดยพวกเขาระบุว่าแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์จะออกนามได้ให้เหตุผลเบื้องหลังการที่ Gemini ต้องปลดพนักงานรอบที่สองไว้ว่า “มีความจำเป็นที่จะต้องทำการลดต้นทุนอย่างมาก”

ทั้งนี้ ทางแหล่งข่าวนิรนามยังเสริมอีกด้วยว่าอาจมีปริมาณการเลิกจ้างมากขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้

นอกจากนี้ TechCrunch ระบุว่าแหล่งข่าวของพวกเขา หรือแม้แต่พนักงานของ Gemini นั้นจะไม่ทราบถึงยอดการเลิกจ้างที่แท้จริง แต่ทว่าก็สามารถสังเกตได้จากยอดพนักงานที่อยู่ในโปรแกรม Slack ทั่วทั้งบริษัทของ Gemini ซึ่งพบว่ามีสมาชิกลดลงไปแล้ว 7% หรือคิดเป็น 68 ราย

อย่างไรก็ตาม TechCrunch ยังพบเจอว่ามีเอกสารที่ถูกปล่อยภายในสำนักงานของ Gemini เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเนื้อหาภายในเป็นการเน้นย้ำถึงแผนการที่จะลดจำนวนพนักงานลงเหลือประมาณ 800 คน หรือลดลง 15% จากพนักงาน 950 คนในขณะนั้น

ไล่ออกครั้งเดียวยังเอาไม่อยู่!

เรียกได้ว่าตลาดขาลงในครั้งนี้ได้สร้างความที่หายอย่างมหาศาลแก่แพลตฟอร์มบริการแลกเปลี่ยนคริปโตของสองพี่น้อง Winklevoss อย่าง Cameron Winklevoss และ Tyler Winklevoss โดยก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีความพยายามในการลดต้นทุนด้วยการไล่พนักงานจำนวนมากออกแล้วครั้งหนึ่ง แต่มันก็ยังไม่สามารถแบกรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากตลาดจนพวกเขาต้องออกมาประกาศปลดพนักงานอีกครั้ง

โดยการบังคับใช้มาตรการเลิกจ้างพนักงานครั้งแรกของ Gemini ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2014 นั้นเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หรือคิดเป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่ง 10% จากจำนวนพนักงานของบริษัททั้งหมดถูกลอยแพเนื่องจากสองผู้ก่อตั้งอ้างว่าพวกเขาต้องก้าวผ่าน “ฤดูหนาวของคริปโต” ให้ได้

เหยื่อในตลาดหมีนั้นมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ดูเหมือนการเลิกจ้างพนักงานจะกลายเป็นกระแสในอุตสาหกรรมคริปโตเสียอย่างนั้น เพราะนอกเหนือจาก Gemini ก็ยังมีบริษัทสายเลือดคริปโตอีกจำนวนมากที่แห่ออกมาทำให้พนักงานของพวกเขาพ้นสภาพการทำงานไป

แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต Crypto.com และแพลตฟอร์มสินเชื่อคริปโต BlockFi ได้ควงคู่กันออกมาประกาศเมื่อต้นเดือนมิถุนายนว่ามีแผนที่จะปลดพนักงานกว่า 400 ตำแหน่งทั่วโลก เนื่องจากต้องต่อสู่กับแรงกดดันจากสภาวะตลาดที่ท้าทาย

โดยทาง Crypto.com ได้กล่าวว่าจะลดจำนวนพนักงานลง 5% ซึ่งเป็นพนักงานประมาณ 260 คน ในขณะที่ BlockFi ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 20% หรือคิดเป็นประมาณ 170 คน

ในขณะเดียวกัน Coinbase ก็ได้ทำการลดพนักงานลง 18% ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน และหุ้นของบริษัทลดลงเหลือเกือบ 79% ตลอดทั้งปีนี้

แม้แต่ทาง OpenSea ตลาดซื้อขาย NFT เบอร์ 1 ของโลก ก็ได้ใช้มาตรการไล่พนักงานออกเช่นเดียกัน โดยพวกเขาทำการลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 20% ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งคิดเป็นพนักงานจำนวน 57 คน เนื่องจากขณะนี้บริษัทมีพนักงาน 230 คน

Read more about:

Involve

เทรดคริปโตให้เป็นเรื่องง่าย

สวัสดี 🇹🇭 ประเทศไทย พวกเราขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. แล้วนะ

อ่านเพิ่มเติม
Sponsored

🔥 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ราคา crypto

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Engage with people also reading CryptoSiam and discuss about what’s going on right now in crypto space.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 🇺🇸 United States

แพลตฟอร์มคริปโต

ประธาน SEC เผยแนวทางการควบคุมกำกับแพลตฟอร์มคริปโต

Gary Gensler ประธาน SEC ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเกี่ยวกับแนวทางการร่างกฎหมายควบคุมกำกับเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่
brown padlock on brown wooden fence

ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash ถูกเตะออกจาก GitHub จากการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้น

Roman Semenov โดนเตะออกจาก GitHub โดยทันทีหลังจากโดนคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกา
ควบคุมกำกับคริปโต

สหรัฐฯกับอังกฤษ หารือกันเรื่องการควบคุมกำกับคริปโตร่วมกัน

เจ้าหน้าที่ควบคุมการเงินทั้งประเทศสหรัฐอเมริกากับสหราชอาณาจักร ได้มีการพูดคุยหารือร่วมกับเกี่ยวกับการควบคุมเหรียญคริปโตในเบื้องต้น
ซื้อคริปโต

อาร์เจนตินาระงับนักลงทุน! ซื้อคริปโตด้วยดอลลาร์สหรัฐฯ

อาร์เจนตินาได้มีการวางมาตรการในการควบคุมการเงิน โดยไม่ให้ประชาชนกับบริษัทสามารถทำการซื้อขายเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ