Flippening ในครั้งนี้เกิดจากการที่ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมสะสมที่จ่ายให้กับเหล่านักขุด Ethereum (ETH) ในปี 2020 นั้นมีมูลค่าสูงถึง 276 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเกือบสองเท่าของ Bitcoin (BTC) ที่มีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมสะสมเพียง 146 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ETH พุ่งแซงในโค้งสุดท้าย

แผนภูมิที่ผลิตโดย Coinmetrics กำลังแสดงให้เห็นว่าค่าธรรมเนียม Ethereum เพิ่มขึ้นสูงจนน่าตกใจตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยในช่วงแรกค่าธรรมเนียมสะสมของ Ethereum ในปี 2020 นั้นแทบจะเท่ากันกับ Bitcoin จนกระทั่งในวันที่ 12 สิงหาคม เป็นต้นไปมูลค่าดังกล่าวก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้น

แผนภูมิเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมสะสมของ BTC และ ETH ในปี 2020

นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความแตกต่างจากแนวโน้มดั้งเดิมของค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ Bitcoin มักจะเป็นเบอร์ 1 เสมอ ด้วยอัตรากำไรมหาศาล ตัวอย่างเช่น ในปี 2019 Bitcoin นั้นมีแต้มต่อจากสกุลเงินอื่น ๆ ถึงห้าต่อหนึ่งเลยทีเดียว

Ethereum กำลังได้ผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากความนิยมของ DeFi

ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของนวัตกรรมระบบการเงินไร้ตัวกลาง หรือ Decentralized Finance (DeFi) และการ Yield Farming ซึ่งเป็นรูปแบบการทำกำไรอย่างหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนจากการถือครองสกุลเงินดิจิทัล ทำให้กลายเป็น “สภาพคล่อง” ให้ระบบต่าง ๆ ได้ใช้งาน สองสิ่งนี้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การใช้งานเครือข่ายบล็อกเชนบน Ethereum นั้นเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปด้วย

ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้นก็คือรายได้ค่าธรรมเนียมของ Ethereum สูงกว่ารางวัล Block Reward ในช่วงสั้น ๆ ตลอดระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งโดยรวมแล้วค่าธรรมเนียมมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ของสกุลเงินประเภทนี้

ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องแน่นอนที่สุด

แม้เหล่านักขุดต่างกำลังเฉลิมฉลองถึงความสำเร็จจากการลงทุนลงแรงของพวกเขา แต่ทว่าสถานการณ์รูปแบบดังกล่าวก็มีแนวโน้มที่จะยุติลง เนื่องจากความผ่อนคลายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม DeFi ดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในตลาด Crypto ขนาดใหญ่เมื่อปี 2018

BTC เองก็มีเรื่องให้พึงระวังเช่นเดียวกัน

สำหรับ Bitcoin การเพิ่มค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมให้ครอบคลุมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตในระยะยาวเนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว Block Reward ก็จะหมดอายุในที่สุด อย่างไรก็ตามในเวทีของสกุลเงินดิจิทัลช่วงระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาเริ่มมีแนวโน้มที่จะหนีห่างจากมี Bitcoin เป็นศูนย์กลาง โดยทิศทางกลับมุ่งเน้นไปยัง Stablecoin และ DeFi มากกว่า

หากการใช้งาน Bitcoin ยังคงอยู่ในระดับที่สูญเสียการครอบงำไปยังบล็อกเชนอื่น ๆ แบบนี้ต่อไปแล้วล่ะก็ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงหายนะสำหรับโอกาสในระยะยาวก็เป็นได้