หากเอ่ยถึง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ชื่อนี้การันตีได้เลยว่าทุกอย่างที่ออกจากมันสมองของเขา ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และนี่เรียกได้ว่าเป็นอีกครั้งแล้วที่นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงรายนี้ได้ทำให้โลกทั้งใบสั่นสะเทือน เพราะล่าสุดเขาได้ออกมาแถลงข่าวถึงความคืบหน้าในโปรเจคอุปกรณ์เชื่อมสมองภายใต้การดำเนินงานของ Neuralink หนึ่งในบริษัทภายใต้การดูแลของเขา ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2017 โดยในคราวนี้มาพร้อมชื่อใหม่ที่เรียกว่า “The Link”

Elon Musk นักธุรกิจ วิศวกร นักประดิษฐ์ และนักลงทุนชาวแอฟริกาใต้
ภาพพัฒนาการของอุปกรณ์เชื่อมสมอง

The Link พัฒนามาจากอุปกรณ์เชื่อมสมองที่ อีลอน มัสก์ ได้เผยแพร่สู่สาธารณะชนเมื่อปีที่แล้ว โดยเปลี่ยนจากสายใยสื่อประสาทเชื่อมต่อออกมาหาอุปกรณ์ภายนอกบริเวณหู กลายมาเป็นชิปคอมพิวเตอร์ขนาดเท่ากับเหรียญจิ๋วที่จะฝังเข้าไปใต้กะโหลกศีรษะ ประกอบไปด้วยขั้วไฟฟ้า 1,024 ขั้ว มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดทั้งวันและสามารถชาร์จแบตแบบไร้สายตอนกลางคืน

คนกลุ่มใด? ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เชื่อมสมอง

เป้าหมายของ Elon Musk และ Neuralink นั้นคือการช่วยให้เทคโนโลยีเชื่อมสมองคนกับคอมพิวเตอร์มีราคาไม่แพง เชื่อถือได้ ทั้งยังเข้าถึงทุกคนที่ต้องการมัน The Link จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้ที่มีความบกพร่องทางสมอง หรือไขสันหลัง ฉะนั้นแล้วกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายของ Neuralink ก็จะเป็นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทโดยเฉพาะ ยกตัวเช่น บุคคลที่สูญเสียความทรงจำ เป็นโรคอัลไซเมอร์ อยู่ในภาวะสมองเสื่อม หรืออาจจะเคยได้รับอุบัติเหตุจนเกิดการกระทบกระเทือนทางสมอง ทั้งนี้ยังรวมไปถึงผู้ที่เป็นอัมพาตอีกด้วย

โดย อีลอน มัสก์ได้ระบุว่า เป้าประสงค์สุดท้ายในการพัฒนา The Link คือการทำให้อุปกรณ์สุดไฮเทคชนิดนี้มีความสามารถทั้ง “การอ่าน” หรือการอ่านสัญญาณสมองว่ากำลังมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างไร และ “การเขียน” ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการจัดการและควมคุมอวัยวะในร่างกายผ่านทางความคิดนั่นเอง

โครงการนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

ปัจจุบัน The Link นั้นอยู่ในขั้นตอนของการเปลี่ยนผ่านจากการทดลองด้วยหนูมาสู่หมู ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ และมีจำนวนเซลล์สมองมาก

โดยสิ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างทึ่งในเทคโนโลยีสุดล้ำชนิดนี้ คือรูปแบบการสาธิตผ่านการแถลงข่าวที่เรียกได้ว่า “ไม่ธรรมดา” เพราะ อีลอน มัสก์ ไม่ได้ฝังอุปกรณ์ไปที่หมูเพียงตัวเดียว แต่เขาใช้การนำเสนอผ่านหมูที่แตกต่างกันถึงสามตัว ซึ่งก็คือ หมูธรรมดา, หมูที่เคยฝัง The Link และได้ถอดอุปกรณ์เชื่อมสมองออกไปแล้วและตัวสุดท้ายก็คือ หมูฝังอุปกรณ์เชื่อมสมองมาแล้ว 2 เดือน

เมื่อหมูทั้งสามถูกนำออกมาเปรียบเทียบกัน เราจะสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าภายนอกนั้นแทบจะไม่มีอะไรต่างกันเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าดูปกติและดูสุขภาพดี

จากการนำเสนอดังกล่าวก็ทำให้เห็นว่า คอนเซ็ปต์เชื่อมสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์ของ อีลอน มัสก์ นั้น นั้นมีความเป็นไปได้ แม้จะไม่ใช่การการันตีว่าเทคโนโลยีนี้จะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ก็ตาม แต่มันได้สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้คนอย่างล้นหลาม

ทั้งนี้ อีลอน มัสก์ ยังได้ระบุอีกว่าโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของ The Link ได้รับการยอมรับจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งทางบริษัทก็อยู่ในขั้นตอนการขออนุมัติเพื่อปลูกถ่ายอุปกรณ์นี้เข้ากับมนุษย์จริง ๆ