ราคาของเหรียญมีมสุดอินดี้อย่าง Dogecoin’s (DOGE) เพิ่มขึ้นอย่างมากในการจัดอันดับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ซึ่งนั้นก็ตามมาพร้อมกับการเปิดเผยการเคลื่อนไหวของวาฬผู้ถือ DOGE อีกครั้ง ท่ามกลางระดับราคาที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ซึ่ง DOGE ที่คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ถูกถ่ายโอนผ่านบล็อคเชนในวันที่ผ่านมาตามข้อมูลจาก BitInfoCharts และเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเลขดังกล่าวนั้นมีมูลค่ามากเพียงใด ก็จะขอเปรียบเทียบกับสกุลเงินสุดฮิตอย่าง Ethereum ที่การทำธุรกรรมในวันเดียวกันนั้น Ethereum blockchain ได้ประมวลผล Ether (ETH) “ทั้งหมด” ในมูลค่าเพียง 6 พันล้านเหรียญ หรือคิดเป็นครึ่งเดียวของสินทรัพย์ที่วาฬ DOGE รายนี้ทำการเคลื่อนย้าย

เรื่องเล่น ๆ ที่ไม่เล่นอีกต่อไป

จุดเริ่มต้นของ Dogecoin มาจากการเป็นเหรียญมีมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเรื่องตลกในปี 2013 ซึ่งถูกรู้จักกันเป็นอย่างดีจากรูปถ่ายน่ารักของสุนัขชิบะ - อินุที่ประดับโลโก้ของมัน ซึ่งในขณะนั้นไม่มีนักพัฒนารายไหนที่ใช้งานมันอยู่ และผู้สร้างของตัวเองขายเหรียญทั้งหมดของเขาในปี 2016 ในช่วงที่เขาตกงาน

แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจก็ได้เกิดขึ้น เพราะ Dogecoin ได้แสดงความโดดเด่นของมันออกมา ซึ่งเขาตาซีอีโอของ Tesla อย่าง Elon Musk ที่ทำให้เขากลายเป็นแฟนตัวยงของ Dogecoin โดยเขานั้นกล่าวว่าเขาจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่กับสกุลเงินดิจิทัลหากผู้ถืออันดับต้น ๆ ขายเหรียญส่วนใหญ่ออกไป โดย ณ ขณะนี้มีหนึ่งที่อยู่กระเป๋าเงินที่ถือครอง 28% ของเหรียญทั้งหมด ในขณะที่ที่อยู่กระเป๋าเงินอีก 11ใบคิดเป็น 46%

“หากผู้ถือ Dogecoin รายใหญ่ขายเหรียญส่วนใหญ่ของพวกเขา มันจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากฉัน ความเข้มข้นมากเกินไปเป็นปัญหาที่แท้จริงเพียงอย่างเดียว” Musk ทวีตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เมื่อ Dogecoin มีราคาอยู่ที่ประมาณ $ 0.05

ก่อนที่ Dogecoin จะโตมาได้ขนาดนี้ เหรียญดังกล่าวมีมูลค่า 0.01 ดอลลาร์แค่เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์แปดปีทั้งหมดก่อนหน้านี้ และการพุ่งขึ้น 400% อย่างกะทันหันของเหรียญก็เกิดขึ้น ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียวราคาของมันก็ทยานไปสูงกว่า 0.30 ดอลลาร์ โดยเหตุการณ์นี้ได้ดึงดูดสายตาของนักลงทุนจำนวนอย่างแน่นอน ซึ่งตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ที่ Skew.com ก็บ่งบอกว่าจำนวนสมาชิกใหม่ผู้สนใจ DOGE เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณในสัปดาห์ที่ผ่านมาตามราคาเหรียญที่พุ่งสูงขึ้นจากหลายร้อยเป็นหลายพันคนต่อวัน