สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDC เป็นหัวข้อถกเถียงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่การเริ่มต้นการระบาดของ COVID-19แต่ทว่าทางผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายคนจากธนาคารในยุโรปหลายต่อหลายแห่ง เห็นพ้องต้องกันว่า ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ขั้นตอนของการพิสูจน์แนวคิดสำหรับเงินยูโรดิจิทัลมันก็ยังห่างจาก ณ ปัจจุบันออกไปอย่างน้อยอีกห้าปี

ในการอภิปรายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 พฤศจิกายน) มีชื่อว่า “การอัปเกรดเงินสู่ยุคดิจิทัล: แนะนำให้รู้จักกับ Digital Euro” ผู้เข้าร่วมเห็นพ้องกันว่างานหลักในปัจจุบันเป็นการทำให้ทุกคนสามารถทุกคนเริ่มต้นด้วยการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะของเงินยูโรดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การนำไปใช้จริงในอนาคต

Austėja Šostakaitėจากธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า ECB จะไม่ตัดสินใจว่าจะพาสังคมมุ่งเข้าสู่เงินยูโรดิจิทัลอย่างจริงจังหรือไม่ จนถึงกลางปี 2021 ซึ่งขัดแย้งกับการประมาณการของเดือนมกราคมที่ประธาน ECB ได้มองไว้เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน และ Šostakaitė ยังกล่าวว่า คำถามที่สำคัญสำหรับตอนนี้นั้นก็คือ “เราจะนำเงินยูโรเข้าสู่ระบบนิเวศได้อย่างไร และจะร่วมมือกับเงินของธนาคารพาณิชย์ได้อย่างไร”

Carl Andreas Claussen ที่ปรึกษาของ Riksbank ซึ่งเป็นธนาคารกลางของประเทศสวีเดน กล่าวว่าธนาคารกลางได้ทำการพิสูจน์แนวคิดสำหรับ e-krona ในเดือนกุมภาพันธ์ เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง krona เป็นสกุลเงินหลักของประเทศสวีเดน แต่ในทำนองเดียวกันนั้นคาดว่าการเปิดตัวที่แท้จริงคือ “อีกสี่หรือห้าปีต่อจากนี้” Claussen กล่าวว่า

“ยังมีคำถามทางกฎหมายบางข้อ และนี่เป็นประเด็นใหญ่ที่เราไม่สามารถตัดสินใจได้ เราต้องการการสนับสนุนทางการเมือง เราเสนอแนะต่อรัฐสภาว่าควรมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญไว้คอยพิจารณาเรื่องนี้”

สวีเดนเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป แต่ไม่ใช่ยูโรโซน (Eurozone) ซึ่งหมายความว่าสวีเดนยังคงรักษาสกุลเงินของตนเองไว้ และการใช้เงินสดภายในประเทศสวีเดนนั้น มีในระดับต่ำที่สุดในโลก ซึ่งหมายความว่าประเทศนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่สกุลเงินดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Claussen ยังพูดถึงความทะเยอทะยานในการใช้งานแอปพลิเคชั่นข้ามพรมแดน ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมากกับสกุลเงินของสวีเดนอย่าง krona ในด้านการให้อรรถประโยชน์เมื่อเทียบกับสกุลเงิน ยูโร หรือดอลลาร์

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Šostakaitėก็มองว่าหากมีการแข่งขันภายนอกที่ดุเดือน ก็อาจเร่ง Timeline ที่มีอยู่ให้เกิดการพัฒนาที่มากขึ้นได้

“ถ้าเราเห็น CBDC จากต่างประเทศ หรือจาก Facebook ที่อาจเข้ามาในยูโรโซน (Eurozone) นั่นอาจจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ขึ้น”