องค์กรอย่างธนาคารพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดธนาคารเยอรมันก็เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่ก้าวเข้ามาสู่อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีหลังมีรายงานว่าธนาคารกำลังจะให้บริการรับฝากสินทรัพย์คริปโต

สถาบันการเงินต้อนรับคริปโตมากขึ้น

Deutsche Bank ได้พิจารณาจะให้บริการด้าน Cryptocurrency Custody ให้กับบริษัทด้าน Hedge Fund ที่ลงทุนคริปโต โดยธนาคารเผยว่ามีแผนการที่จะพัฒนาบริการให้ด้านคริปโตให้กับลูกค้าที่เป็นสถาบันในระหว่างการประชุม World Economic Forum ที่จัดขึ้นที่เมือง Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ธนาคารยังเปิดเผยว่ามีแผนการที่จะสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการออกโทเค็น, ลดช่องว่างระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับบริการทางธนาคารแบบเดิม และจัดการกับสินทรัพย์คริปโตและเงินเฟียตให้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน

นอกจากธนาคารยักษ์ใหญ่ของเยอรมันจะตบเท้ามาในอุตสาหกรรมคริปโตแล้ว ธนาคารอื่น ๆ ก็เตรียมพร้อมจะให้บริการรับฝากสินทรัพย์คริปโตเช่นเดียวกัน เช่น Bank of New York Mellon ซึ่งเป้นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดก็ได้ประกาศถึงแผนการดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

ธนาคารในสหรัฐก็สามารถรับฝากสินทรัพย์คริปโตได้แล้วโดยได้รับการรองรับจากภาครัฐด้วย ส่วนในเยอรมันจะต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ BaFIN ก่อนถึงจะเป็นผู้ให้บริการเก็บรักษาสินทรัพย์คริปโตได้

ความปลอดภัยระดับสถาบัน

ธนาคาร Deutsche Bank เป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 21 ของโลกที่ได้เผยว่ามีแผนการจัดให้บริการด้านคริปโตเช่นนี้และได้ตั้งใจว่าจะให้บริการเก็บรักษาสินทรัพย์คริปโตที่มีความปบอดภัยมากที่สุดให้แก่ลูกค้าที่เป็นสถาบัน

แพลตฟอร์มดังกล่าวจะเปิดตัวในเวลาต่อมา ซึ่งยังไม่ได้มีการประกาศชัดเจนนักว่าเมื่อใด โดยแพลตฟอร์มนี้จะมีบริการให้ลูกค้าสามารถซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วยเพราะธนาคารจะเข้าร่วมมือกับโบกเกอร์ตรงส่วนนี้

นอกจากนี้ธนาคารยังจะให้บริการเสริมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับคริปโตด้วย เช่น การจัดเก็บภาษี, บริการประเมินมูลค่าและการบริหารกองทุน, การให้กู้ยืม, การให้ปันผล (Staking) และสร้างแพลตฟอร์มเพื่อการลงคะแนนเสียงและจัดให้มีแพลตฟอร์มแบบเปิดเพื่อให้ผู้ให้บริการบุคคลที่สามเข้าร่วมได้

บริการนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้จัดการสินทรัพย์, ผู้จัดการความมั่งคั่ง,สำนักงานครอบครัว, บริษัท และกองทุนดิจิทัลเป็นหลัก ส่วนในแง่ของรูปแบบธุรกิจธนาคารจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมการดูแลหลังจากนั้นจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับโทเค็นและการซื้อขาย