“DeFi” หรือ Decentralized Finance คือระบบการเงินด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำสินทรัพย์จริงๆขึ้นจดทะเบียนในระบบเพื่อดำเนินการซื้อขายหรือการดำเนินการทางการเงินระหว่างกันเสมือนกับการใช้บริการสถาบันการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์นั่นเอง โดยที่ระบบดำเนินการอยู่บนเครือข่าย Blockchain ซึ่งปราศจากการควบคุมโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ

สำหรับวงการ DeFi นั้นได้เริ่มการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่ปีก่อน โดยได้เริ่มมีผู้ใช้งานเครือข่ายในการดำเนินการทางการเงินอื่นๆนอกเหนือจากการทำธุรกรรมด้วยสินทรัพย์คริปโตเพียงอย่างเดียว ซึ่งบริการดังกล่าวซึ่งมีกลไกการพัฒนาบริการด้วยผู้ใช้งานในระบบเองนั้นเป็นการเพิ่มพูนอัตราการเข้าถึงข้อมูลและบริการทางการเงินของผู้คนทั่วโลกอยากมาก ซึ่งนาย  Evgeny Yurtaev ผู้ก่อตั้งหนึ่งในโครงการ DeFi บนเครือข่ายได้ออกมากล่าวว่า

“ระบบการเงินบนเครือข่าย Blockchain หรือ Decentralized Finance (DeFi) นั้นเป็นเทคโนโลยีทางการเงินรูปแบบใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการทางการเงินเช่นเดียวกับที่อินเทอร์เน็ตทำให้เราเข้าถึงเนื้อข้อมูลต่างๆได้ง่ายขึ้นนั่นเอง”

โดยล่าสุดนั้นได้มีรายงานจากทาง Dune Analytics ถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากของผู้ใช้งานบริการที่เกี่ยวกับ DeFi บนเครือข่าย โดยคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่าเกือบหนึ่งแสนรายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนนับจากช่วงเริ่มต้นของปี 2020 ซึ่งตังตัวเลขในปัจจุบันนั้นอยู่ที่ราวๆ 193,000 ราย โดยส่วนใหญ่นั้นใช้บริการของโครงการอย่าง Kyber (74,360) และ Uniswap (70,739) เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วปริมาณของสินทรัพย์ที่นำขึ้นจดทะเบียนเข้าสู่ระบบ Blockchain นั้นได้พุ่งขึ้นแตะหลักพันรายการแล้วเป็นครั้งแรก โดยกราฟด้านล่างนั้นแสดงให้เห็นว่าปริมาณของสินทรัพย์ดังกล่าวได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะเวบาอันสั้น สร้างกราฟการเปลี่ยนแปลงแบบพาราโบรา หมายความว่าทิศทางการพัฒนาของบริการดังกล่าวนี้จะยังกล่าวไปได้อีกไกลนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม DeFi นั้นยังคงเป็นเพียงการดำเนินการเพียงส่วนหนึ่งของระบบ Blockchain ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อเทียบกับการซื้อขายและลงทุนบนตลาดสินทรัพย์คริปโตนั้นยังถือได้ว่าตลาดสำหรับบริการทางการเงินในรูปแบบนี้มีขนาดเล็กอยู่มากเนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคหลายประการรวมถึงการพัฒนาของรูปแบบการใช้งานยังเป็นอุปสรรคต่อผู้ใช้บริการอยู่ แต่ด้วยการพัฒนาในวงการที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้คนทั้งในและนอกตลาดคริปโตมากขึ้นในทุกๆวันนั่นเอง

หากสนใจ สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่: Cointelegraph