หลังตลาดกลายเป็นขาขึ้นอย่างรุนแรงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เหรียญคริปโตส่วนใหญ่ในตลาดได้กลับตัวลงมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง คิดเป็นการลดลงของมูลค่ารวมตลาดกว่า 5% ในรอบหนึ่งวัน

Bitcoin ราคาร่วง

หลังจากที่เหรียญ Bitcoin นั้นได้พยายามที่จะฝ่าแนวต้นที่ระดับ 12,000 ดอลลาร์อยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เหรียญดังกล่าวได้มีมูลค่าลดลงกว่า 800 ดอลลาร์ โดยเริ่มต้นการกลับตัวลงที่ระดับ 11,950 ดอลลาร์ ก่อนจะลดระดับลงเรื่อยๆมาอยู่ที่ 11,150 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะกลับไปทรงตัวอยู่ที่ระดับ 11,300 ดอลลาร์ในปัจจุบัน

เมื่อมองจากกราฟในปัจจุบันจะพบว่าระดับราคาที่ 11,200 ดอลลาร์, 11,050 ดอลลาร์ และ 10,900 ดอลลาร์ นั้นทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับต่อไปหากราคายังคงลดระดับลงเรื่อยๆอย่างเช่นในปัจจุบัน และหาก Bitcoin ต้องการที่กลับทิศทางเป็นตลาดขาขึ้นอีกครั้ง เหรียญดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องข้ามเส้นราคาที่ 11,800ดอลลาร์ให้สำเร็จเสียก่อน จากนั้นจึงเป็นก้าวต่อไปที่จะสู้กับเส้นแนวต้านเดิมที่ 12,000 ดอลลาร์นั่นเอง

ตลาดสินทรัพย์อื่นๆก็กำลังลดความร้อนแรงลง

หากเราพิจารณาสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ เช่น ทองคำ หรือโลหะมูลค่าสูงอย่างเช่น แร่เงิน สินทรัพย์เหล่านี้ได้มีการลดระดับราคาลงก่อนหน้าตลาดคริปโตแล้ว โดยที่ทองคำนั้นได้ลดลงจากราคาสูงสุดตลอดการในช่วงสัปดาห์ก่อนจากระดับที่ 2,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มาอยู่ที่ 1,880 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งคิดเป็นการลดลงที่อัตรากว่า 8% และในฝั่งแร่เงินนั้นได้ลดลงกว่า 25% อีกด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ทั้งสองมีการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กันมากขึ้น

Altcoins แดงทั้งตลาด

เหรียญรองของตลาดคริปนั้นล้วนพลิกเป็นขาลงทั้งสิ้น เริ่มต้นจาก Ethereum ที่ไม่สามารถที่จะก้าวข้ามระดับราคาที่ 400 ดอลลาร์ได้ จึงร่วงลงมากว่า 6% อยู่ที่ระดับราวๆ 383 ดอลลาร์ในปัจจุบัน ตามมาด้วยเหรียญอย่าง XRP ที่มีมูลค่าลดลงกว่า 8% อยู่ที่ราว 0.277 ดอลลาร์ ซึ่งไม่ต่างไปจาก Bitcoin Cash (ลดลง8%), Bitcoin SV (ลดลง 10%) Litecoin (ลดลง 9.3%) cardano (ลดลงที่ 9.3%) และ Binance Coin ซึ่งลดลงที่ 7.5%

เหรียญรองที่กล่าวไปด้านบนนั้นยังเป็นการลดลงไม่มากนักเมื่อเทียบกับเหรียญดังต่อไปนี้คือ Tezos ที่ลดลงกว่า 13% รวมถึงเหรียญอื่นๆ อย่าง  Band Protocol (-20%), Bytom (-15%), Hedera Hashgraph (-14%), Nervos Network (-13.5%), Kusama (-13.3%), IOTA (-13%), Kava (-12%), Ontology (-11.5%), Blockstack (-11%), THETA (-11%), และเหรียญ Algorand (-10.5%) เป็นต้น

ผู้ชนะในช่วงขาลง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางช่วงขาลงของตลาดนี้ยังมีเหรียญบางรายการที่ยังคงสร้างผลกำไรให้แก่นักลงทุนอยู่คือเหรียญอย่าง Compound ที่ระดับ 29% , Maker (15%), Aragon (14%), Ampleforth (14%), Aave (13%), Synthetix Network (9%) และเหรียญอย่าง Swipe (6%) เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่นั้นเป็นเหรียญในวงการ DeFi ทั้งสิ้น

กล่าวโดยสรุปแล้วการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นได้ดึงมูลค่าตลาดโดยรวมลงมากว่า 5% หรือคิดเป็นมูลค่าราว ๆ 2 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว