ทางการเซินเจิ้นได้เปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการใช้งานเงินหยวนดิจิทัลของพวกเขาด้วยการแจกจ่ายสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวให้กับประชาชนเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาและจนถึงวันนี้ เหล่าผู้ใช้งานทั้งหลายที่ได้รับรางวัลครั้งใหญ่ก็นำมันมาใช้จริงอย่างแพร่หลาย

ใช้รางวัลเป็นการชักจูงความสนใจจากคนหมู่มาก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลแห่งแดนมังกรได้ออกลอตเตอรีเพื่อแจกสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ารวม 10 ล้านหยวน (ประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์) ในรูปแบบของ “ซองสีแดง หรือที่เราเรียกกันว่าอั่งเปาหยวนดิจิทัล” โดยโครงการดังกล่าวนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะมีผู้สมัครเข้าร่วมเป็นจำนวนเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งทางรัฐบาลวางแผนเอาไว้ว่าจะมีเพียง 50,000 คนเท่านั้นที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

และในท้ายที่สุดทางการเซินเจิ้นก็ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีผู้ถูกรางวัลลอตเตอรีจำนวนทั้งสิ้น 47,573 ราย จากจำนวนรางวัลทั้งหมดที่วางเอาไว้ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็ได้รับเงินรางวัลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกลุ่มคนที่ถูกรางวัลลอตเตอรี่ได้มีการทำธุรกรรมรวมกันทั้งหมด 62,788 รายการด้วยกัน คิดเป็นเงินหยวนมูลค่ากว่า 8.8 ล้านหยวน หรือ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 88% ของเงินรางวัลทั้งหมดที่จะนำไปแจกจ่ายในโครงการนำร่องของ CBDC ในครั้งนี้

สำหรับอีก 22% ที่เหลือนั้น ทางหน่วยงานที่ดูแลบริหารจัดการซองแดงได้กล่าวว่าพวกเขาจะนำซองอั่งเปาหยวนดิจิทัลที่ไม่ได้ถูกใช้กลับคืนมาหากผู้ที่ถูกลอตเตอรี่ยังไม่ยอมใช้เงินดังกล่าวภายในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

โครงการนำร่องนั้นได้ผลดีเกินคาด

ทางการแดนมังกรได้วางแผนให้เหล่าผู้ชนะรางวัลนั้นดาวน์โหลดแอปเงินหยวนดิจิทัลเพื่อรับเงินหยวนดิจิทัลและใช้จ่ายมันกับร้านค้ากว่า 3,000 แห่งเฉพาะในเขตของเซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีนตอนใต้

แต่ทว่ากิจกรรมดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าแค่การใช้งานจริง โดยผู้ถูกรางวัลลอตเตอรี่บางรายไม่เพียงแค่ใช้ “อั่งเปา” ที่พวกเขาได้รับมาเท่านั้น แต่ยังทำการเติมเงินเข้าไปใน Wallet ของพวกเขาอีกด้วย ซึ่งเป็นการการซื้อหยวนดิจิทัลเพิ่มจำนวน 901,000 หยวน หรือเป็นมูลค่าราว ๆ 134,000 ดอลลาร์สหรัฐ

จีนนั้นเอาจริงในเรื่องนี้

การแจกอั่งเป่าดิจิทัลถือเป็นการทดลองใช้สกุลเงินดิจิทัลในโลกแห่งความเป็นจริงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจีน ซึ่งทำให้พวกเขานั้นเข้าใกล้การสร้างอนาคตที่ไร้เงินสดไปได้ทุกที โดยแรกเริ่มเดิมทีหยวนดิจิทัลได้เริ่มต้นทำการทดสอบในเดือนเมษายน ซึ่งในเวลาต่อมาโครงการนำร่องดังกล่าวได้ขยับขยายและนำไปใช้ในเมืองต่าง ๆ อีก 9 เมืองด้วยกัน ได้แก่ เซินเจิ้น และกวางโจว เช่นเดียวกันกับ ฮ่องกงและมาเก๊า