ในช่วงที่หยวนดิจิทัลกำลังจะเปิดตัวให้ประชาชนชาวจีนได้ใช้งานกัน รัฐบาลจีนก็ได้เร่งพัฒนากรอบกำกับดูแลด้านกฎหมายให้การใช้งานหยวนดิจิทัลนั้นถูกกฎหมาย และสามารถนำมาใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการภายในประเทศได้ และห้ามมิให้มีการออกเหรียญ Stablecoin ที่อิงมูลค่าเงินหยวนโดยเด็ดขาด

ทดลองหยวนดิจิทัลต่ออีก 2 ปี

รัฐบาลจีนได้มีการทดสอบใช้งานหยวนดิจิทัล มีการประมวลผลไปแล้วกว่า 3.13 ล้านธุรกรรม (มูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านหยวน) ผู้ใช้งานชาวจีนส่วนหนึ่งได้มีการพูดถึงเรื่อง user interface ที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากเท่าไหร่

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแอปพลิเคชัน DC/EP ที่เป็นดิจิทัลวอลเล็ทนั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ได้ โดยระบบของมันถูกออกแบบมาเป็นแบบ 2 ชั้น (2 tier) แต่ผู้ใช้งานชาวจีนส่วนใหญ่คุ้นชินกับการใช้ระบบแบบ Near Field Communications (NFC) ที่การชำระเงินสามารถทำได้เพียงแค่กดปุ่มเพียงปุ่มเดียว เช่น Alipay หรือ WeChat Pay ซึ่งเป็นแอปการชำระเงินที่นิยมมาก ๆ ในจีน

การทดลอง DC/EP ยังคงดำเนินไปต่อจนถึงช่วงโอลิมปิกปี 2022 นั่นหมายความว่าจีนอาจจะยังไม่เปิดใช้งาน DC/EP อย่างเป็นทางการอย่างน้อยอีก 2 ปีเลยทีเดียว

สถานะทางกฎหมายของหยวนดิจิทัล

การเตรียมการทางกฎหมายของ DC/EP ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นของสาธารณะชน โดยธนาคารกลางของจีนได้เปิดช่องให้ประชาชนสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคมเป็นต้นไป สามารถแสดงความเห็นผ่านทางอีเมล, แฟ็กซ์, หรือ snail mail ก็ได้ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันสุดท้ายที่ 23 พฤศจิกายน

ส่วนร่างกฎหมายที่รองรับสถานะของ DC/EP ข้อ 19 กล่าวว่า “หน่วยของเหรินหมินปี้ (Renminbi) คือหยวน และสกุลเงินของเหรินหมินปี้คือเจียวและเซ็นต์ RMB นั้นรวมถึงรูปแบบทางกายภาพและรูปแบบทางดิจิทัล”

ร่างกฎหมายดังกล่าวถือเป็นฉบับแรกที่มีการรองรับสถานะทางกฎหมายของหยวนดิจิทัล

ในข้อ 22 กล่าวว่า “ห้ามมิให้หน่วยหรือบุคคลใดผลิตหรือขายโทเค็น คูปองและโทเค็นดิจิทัลเพื่อทดแทนเงินหยวนในตลาด” ก็คือห้ามออกเหรียญ stablecoin ใด ๆ ที่ตรึงมูลค่าไว้กับ RMB โดยตรง เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลจีนต้องการให้ประชาชนใช้หยวนดิจิทัลอย่างผูกขาด ไม่ให้มีเจ้าอื่น ๆ ทำเหรียญ Stablecoin ที่ผูกมูลค่าไว้กับเงินหยวนมาค้าแข่งรัฐบาล และทุก ๆ ครั้งที่มีการใช้หยวนดิจิทัล จะต้องมีการนำ RMB ออกจากระบบเพื่อให้มูลค่าของ DC/EP เท่าเทียมกับเงินหยวนที่มีอยู่ในคลัง

การที่รัฐบาลได้ร่างกฎหมายออกมาเช่นนี้มันสามารถที่จะตีความได้หลายแง่มุม และหากมองให้กว้างออกไปอาจเป็นไปได้ว่ารัฐบาลต้องการแบนสกุลเงิน Cryptocurrency ทั้งหมดในจีนเลยก็ได้ ส่งผลให้อุตสาหกรรม Cryptocurrency อาจไม่เติบโตในจีน

นอกจากนี้หากมีการละเมิดมาตรา 22 จะถูกยึดผลกำไรทั้งหมดและจะมีการทำลายโทเค็นทั้งหมดทิ้งไปด้วย รวมถึงต้องเสียค่าปรับไม่น้อยกว่าห้าเท่าของจำนวนเงินที่ผิดกฎหมาย หากพฤติการณ์ร้ายแรงต้องระวางโทษตามมาตรา 61 วรรคสองคือการดำเนินคดีทางอาญาและอาจต้องรับโทษจำคุกอีกด้วย