เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศจีนช่วงที่ผ่านมานั้นได้ประสบปัญหาไฟฟ้าดับในหลายภาคส่วน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการชดเชยจากรัฐบาล ทางกลุ่มบริษัทซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลนั้นจึงได้มีการออกนโยบายประกันภัยสำหรับกรณีไฟฟ้าดับโดยได้มีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้

ปัญหาแก้ได้ด้วย Blockchain

หลังจากที่ประเทศจีนได้ประสบปัญหาไฟฟ้าดับดังกล่าวทางบริษัท Zhejiang Ningbo Power Supply Company และบริษัท Yingda Taihe Property Insurance Co., Ltd., ซึ่งทั้งคู่นั้นเป็นบริษัทซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐฯทั้งคู่นั้นได้ประกาศถึงการร่วมมือกันสร้างนโยบาบในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเริ่มต้นกับบริษัทผู้ผลิตหัวฉีดน้ำดับไฟซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Ningbo จังหวัด Zhejiang เป็นแห่งแรก

สองบริษัทร่วมแชร์ข้อมูลผ่านเครือข่าย Blockchain

นโยบายดังกล่าวของบริษัททั้งสองได้วางแผนให้มีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องระหว่างสองบริษัทเพื่อย่นระยะเวลาการตรวจสอบเหตุร้ายที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้การดำเนินการชดเชยค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยนั้นสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากการใช้งานข้อมูลผ่าน Blockchain นั้นจะเข้ามาช่วยในกระบวนการตัดสินใจอนุมัติค่าชดเชยโดยตรงได้นั่นเอง

ภาพจากบริษัท Shupeidian, Zhejiang Ningbo Power Supply Company

ทั้งนี้ทางบริษัทได้ระบุว่าการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้จะเป็นการอุดช่องว่างของกระบวนการดำเนินการที่เกิดขึ้นเมื่อบริษัทประกันภัยดำเนินการด้วยตัวเองเพียงบริษัทเดียว อีกทั้งขอมูลที่อยู่บนเครือข่าย Blockchain นั้นยังสามารถที่จะตรวจสอบถึงที่มาที่ไปได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังยากต่อการถูกเปลี่ยนแปลงอีกด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการป้องกันความเท่าเทียมระหว่างประบวนการพิจารณาสำหรับผู้เอาประกันภัยแต่ละราย

ภาพจากบริษัท Shupeidian, Zhejiang Ningbo Power Supply Company

Blockchain กับการประกันภัย

สำหรับแนวนโยบายข้างต้น นาย Deng Chao ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจออนไลน์ของบริษัท Zheijiang Ningbo Power Supply Company ได้ออกมากล่าวอธิบายโดยมีใจความว่า

“ลูกค้าซึ่งต้องการจะทำสัญญาประกันภัยสำหรับกรณีการส่งไฟฟ้าขัดข้องนั้น สามารถที่จะดำเนินการซื้อประกันภัยดังกล่าวกับแพลตฟอร์ม Yingda P&C Insurance Mal ได้โดยตรง ซึ่งการดำเนินการตั้งแต่การกรองข้อมูลจนกระทั้งการเลือกแบบประกันภัยต่างๆนั้นสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ จากนั้นลูกค้าจะได้รับสัญญาประกันภัยแบบอิเล็กทรอนิกส์เก็บไว้ โดยเมื่อเกิดปัญหาตามที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัยขึ้น เครือข่าย Blockchain จะดำเนินการคำนวนและชดเชยให้แก่ลูกค้าตามความเสียหายที่ได้รับรายงานผ่านระบบออนไลน์นั่นเอง”