สี จิ้นผิง ชวนภูมิภาคอาเซียนสร้าง ‘เส้นทางสายไหมดิจิทัล’

ประธานาธิบดีแห่งแดนมังกรอย่าง Xi Jinping ได้ออกมาแถลงข่าวเพื่อขอความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนสำหรับการสร้าง ‘เส้นทางสายไหมดิจิทัล’ เพื่อพัฒนา “ประตูการค้าดิจิทัล” และทำให้ภูมิภาคมีอำนาจต่อรองทางการค้ามากยิ่งขึ้น

Xi Jinping

ในขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเริ่มขยายอิทธิพลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประธานาธิบดี Xi Jinpingได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือ และส่งเสริม “เส้นทางสายไหม” ร่วมกันกับประเทศสมาชิกอาเซียน

ประธานาธิบดี Xi ได้ออกมาให้คำมั่นสัญญากับเหล่าผู้นำแห่งภูมิภาคเอเชียเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ว่าทางรัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศ Asean (Associations of Southeast Asian Nations) มากที่สุด โดยกลุ่มประเทศ Aseanประกอบไปด้วยประเทศในภูมิภาคเอชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด 10 ประเทศด้วยกัน ได้แก่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, ราชอาณาจักรไทย, สาธารณรัฐสิงคโปร์, ประเทศมาเลเซีย, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ราชอาณาจักรกัมพูชา, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, เนการาบรูไนดารุสซาลาม และสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า

การกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี Xi ได้เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากที่ Biden ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดยเนื้อหาในสุนทรพจน์นั้นมีใจความเกี่ยวกับนโยบายด้านต่างประเทศของเขาที่จะทำการกระชับความสัมพันธ์ และเริ่มต้นบทบาทการเป็นผู้นำคนใหม่แห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ประธานาธิบดี Xi ได้กล่าวในระหว่างการแถลงการณ์ผ่านวิดีโอลิงก์ไปยังกลุ่มพันธมิตร และผู้เข้าร่วมการประชุม China-ASEAN Expo ณ เมือง Nanning ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า

“สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ให้ความสำคัญทางการฑูตกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกลุ่ม Asean เป็นอย่างมาก และถือว่า Asean เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 หรือ Belt and Road Initiative (BRI)”

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี Xi ได้กล่าวอ้างถึงโครงการเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative – BRI) ซึ่งเป็นโครงการที่มีไว้เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน, การลงทุน และการค้าควบคู่ไปกับโครงการเส้นทางสายไหมทางทะเล (Ancient Maritime) และเส้นทางสายไหมทางภาคพื้นดิน (Land Silk Roads)

โดยนาย Xi เปิดเผยถึงแผนการของเขาในการนำพาสาธารณรัฐประชาชนจีนไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อรับมือกับแรงกดดันจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อจากทรัมป์อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2018

จีนยอมรับเทคโนโลยี Blockchain แล้ว

จนถึงขณะนี้ก็ยังคงไม่มีการแสดงถึงข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับกระบวนการทำงานต่าง ๆ เข้าสู่ระบบดิจิทัล (Digitalization) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้งานเทคโนโลยี Blockchainแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี Xi ก็ได้ออกมาเปิดใจยอมรับ และเล็งเห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยเขาได้กล่าวว่าจีนควรคว้าโอกาสในการนำ Blockchain มาใช้เอาไว้ ซึ่งเขาได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของ Blockchain และความจำเป็นในการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวภายในประเทศในหลายภาคส่วน ล่าสุดทางรัฐบาลจีนได้ทำการจดทะเบียนโครงการ Blockchain จำนวนมากกว่า 500 โครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สาธารณรัฐประชาชนจีนพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี Blockchain หลังจากที่ประธานาธิบดี Xi ได้ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเต็มที่ การเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ภูมิภาคที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกได้เข้ามาควบคุมการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ได้ในขณะที่ไม่มีการแข่งขันจากทางสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป

เนื่องจากจีนพยายามพัฒนาความสัมพันธ์ และการค้ากับภูมิภาค Asean ให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ที่เงินหยวนดิจิทัล หรือโครงการ CBDC ของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนจะกลายเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนจงใจสร้างเครือข่ายการชำระเงินแบบอัตโนมัติจากเงิน U.S ดอลลาร์ ซึ่งสกุลเงินดังกล่าวยังคงเป็นสื่อกลางที่ได้รับความนิดยมสูงที่สุดในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ในขณะที่โลกกำลังก้าวไปสู่ระบบดิจิทัล ทางรัฐบาลจีนยังคงมุ่งมั่นที่จะเปิดตัวเงินหยวนดิจิทัลเพื่อให้ CBDC ของประเทศมีอำนาจเหนือกว่าในด้านการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามประเทศภายในภูมิภาค

Read more about:

CoinEx

CoinEx เทรดปลอดภัย ฝากถอนไว

ร่วมเป็นผู้ใช้ CoinEx และเปิดเทรนใหม่ๆด้าน Crypto

สมัครสมาชิก
Sponsored

🔥 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ราคา crypto

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Engage with people also reading CryptoSiam and discuss about what’s going on right now in crypto space.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ General

เงินทุนสำรอง Luna เหลือแค่ 313 Btc

เงินทุนสำรอง LUNA เหลือแค่ 313 BTC

LFG ออกแถลงการณ์เผยจำนวนเงินทุนสำรอง LUNA และหุ้นในครอบครอง ก่อนให้คำมั่นพร้อมชดเชยผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น
ออมเงินคริปโต

วุฒิสภาสหรัฐแนะ ร่างกฎหมายควบคุมไม่ให้ประชาชนออมเงินคริปโตในบัญชีเกษียณอายุ

วุฒิสภาของประเทศสหรัฐอเมริกาได้แนะนำกับทางกระทรวงแรงงานว่า จะต้องทำการร่างกฎหมายห้ามไม่ให้นักลงทุนสามารถที่จะเลือกแผนการลงทุนเกษียณด้วยเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่
รูปีดิจิทัล

อินเดียผลักดันให้ภาคธุรกิจสามารถใช้รูปีดิจิทัลได้

รัฐบาลของประเทศอินเดียได้เดินหน้าตรวจสอบความเป็นไปได้ในการใช้รูปีดิจิทัลในเชิงพาณิชย์ ไม่เพียงแค่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงแหล่งการเงินเพียงอย่างเดียว
Tago เปิดตัวการใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนกับการรักษาสุขภาพจิต

TAGO เปิดตัวการใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนกับการรักษาสุขภาพจิต

TAGO บริษัทสตาร์ทอัปแห่งแดนผู้ดี เปิดตัวการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนกับการรักษาสุขภาพจิต โดยพวกเขาวางแผนให้เหล่าผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต สามารถเข้ารับการรักษาให้ดีขึ้นได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว