เหรียญความเป็นส่วนตัวสูงจะได้รับการตรวจสอบเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการของแพลตฟอร์ม

รายงานล่าสุดจากฝั่งบริษัทด้านการวิเคราะห์และพัฒนาอย่าง Chainalysis ได้มีการเปิดเผยถึงบริการใหม่ล่าสุดของพวกเขาซึ่งจะสามารถเข้าอำนวยความสะดวกให้แก่เหล่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงิน cryptocurrency ในการสอดส่องดูแลรายการธุรกรรมที่มีความเสี่ยงทางด้านที่มาที่ไปของเงินได้มากขึ้น

โดยบริการล่าสุดนี้ทางบริษัท Chainalysis นั้นได้มุ่งเป้าไปที่ระบบการสอดส่องดูแลและปิดกั้นการดำเนินธุรกรรมซึ่งอาศัยการใช้งานเหรียญซึ่งมีคุณสมบัติความเป็นส่วนตัวสูงและสามารถปรับเลือกระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการได้อย่างเช่น Dash และ Zcash

บริการดังกล่าวนั้นได้ใช้ระบบการจัดการกับธุรกรรมของเหรียญทั้งสองซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นสี่แบบ กล่าวคือระบบนั้นได้จัดระดับการป้องกันการเข้ารหัสไว้ทั้งหมดสี่ระดับตั้งแต่ ระดับความเป็นส่วนตัวสูงสุดทั้งสองด้านของสายธุรกรรม (Private) ระดับสำหรับรกรรมที่ปกปิดที่มาเพียงอย่างเดียว (Deshielding) ระดับสำหรับธุรกรรมที่ไม่สามารถระบุปลายทางได้ (Shielding) และระดับทั่วไปที่ทั้งสองด้านของสายธุรกรรมนั้นสามารถตรวจสอบได้เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายของเหรียญ cryptocurrencies อื่นๆ เช่น bitcoin

นอกจากนี้แล้วรายงานจากทางบริษัทยังได้เปิดเผยว่าเหรียญ Zcash เพียง 14% เท่านั้นที่ได้มีการดำเนินธุรกรรมโดยอำพรางตัวตนซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าปกติ อีกทั้งยังพบว่าจำนวนธุรกรรมเพียง 0.9% ของระบบเท่านั้นที่ได้มีการใช้งานระบบความเป็นส่วนตัวเพื่อปกปิดที่มาที่ไปของการดำเนินธุรกรรมอย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย

ดังนั้นแล้วข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าเหล่าแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ cryptocurrency นั้นสามารถที่จะใช้บริการดังกล่าวในการระบุธุรกรรมของเหรียญทั้งสองซึ่งมีคุณสมบัติความเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังสามารถที่จะปฏิเสธการให้บริการแก่ธุรกรรมเหล่านั้นได้อีกด้วย เพื่อเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวแก่ประชาชนทั่วไปนั่นเอง

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญต่อวงการ cryptocurrency เนื่องจากการการเริ่มต้นสร้างเหรียญ cryptocurrency เหรียญแรกนั้นมีรากฐานมากจากความพยายามในการหาตัวเลือกทางการเงินอื่นที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะหน่วยงานรัฐบาล ซึ่งการที่ทางบริษัทได้ให้บริการในรูปแบบดังกล่าวนั้นจึงเป็นการเพิ่มโจทย์ที่ท้าทายให้แก่วงการ cryptocurrency และผู้มีส่วนร่วมในระบบ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการประณีประนอมยอมรับการกำกับดูแลบางส่วนจากการเข้ามามีบทบาทต่อธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain ต่างๆโดยฝั่งรัฐบาลต่อไป